วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แนะนำฝังเข็ม แก้ปวดหัวไมเกรน ปวดหลัง โรงพยาบาลยันฮ ติดต่อ จิ(ยันฮี) 0841463327

ติดต่อสอบถามข้อมูลการฝังเข็ม ติดต่อนัดหมายฝังเข็ม สอบถามราคาฝังเข็ม โรงพยาบาลยันฮี ติดต่อ จิ(ยันฮี) 0841463327


ฝังเข็มรักษาโรค โรงพยาบาลยันฮี

ขั้นแรกเรามารู้จักเวชกรรมฝังเข็มกันก่อนว่าคืออะไร

            เวชกรรมฝังเข็มเป็นศาสตร์การรักษาโรคที่มีกำเนิดมาจากการแพทย์แผนโบราณจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันในวงการแพทย์กว่า 120 ประเทศทั่วโลก  องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ก็ได้ประกาศรับรองผลการรักษาโรคด้วยวิธีนี้มาตั้งแต่ปี พ..2522 และเมื่อเดือนพฤศจิกายน  พ..2540  สถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Institute of Health หรือ NIH)  ก็ยอมรับว่าการฝังเข็มเป็น ทางเลือกที่สมเหตุสมผล”  ในการรักษาโรคได้หลายอย่าง

เวชกรรมฝังเข็มรักษาโรคใดได้บ้าง
            องค์การอนามัยโลกแห่งสหประชาชาติได้ประกาศรับรองรายชื่อโรคที่ฝังเข็มสามารถรักษาได้ผลจริง  จำนวน 64 โรคที่สำคัญ 

โรคที่รักษาด้วยการฝังเข็มได้ผลดีและได้ผลคุ้มค่าต่อการรักษา ที่สำคัญได้แก่
·       กลุ่มโรคอัมพาตชนิดต่าง ๆ เช่น อัมพาตครึ่งซีก, อัมพาตครึ่งท่อน, อัมพาตใบหน้า (โรคปากเบี้ยว)
·       กลุ่มโรคปวดเส้นประสาทต่าง ๆ เช่น ปวดศีรษะไมเกรน, ปวดประสาทใบหน้า, ปวดเส้นประสาทกระเบนเหน็บ, ปวดปลายประสาทอักเสบตามปลายมือปลายเท้า เป็นต้น
·       กลุ่มโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและข้อ เช่น ปวดคอ, ปวดไหล่, ปวดหลัง, ปวดบั้นเอว, , ปวดศอก, ปวดเข่า, ปวดข้อเท้า, โรคข้อและกระดูกสันหลังเสื่อม, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น
·       โรคเหน็บชาต่าง ๆ เช่น ชามือ ชาเท้า
·       โรคภูมิแพ้ เช่น ภูมิแพ้จมูก, หอบหืด, ผื่นแพ้, เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นต้น
·       เวียนศีรษะ
·       นอนไม่หลับ, ความจำเสื่อม
·       ผมร่วง
·       นอนกรน
·       หูตึง, ประสาทหูเสื่อม
·       ประสาทตาเสื่อมหรือเสียหายจากการบาดเจ็บ
·       โรคประสาทลำไส้แปรปรวน ( IBS Irritable Bowel Syndrome ), อาหารไม่ย่อย

 เวชกรรมฝังเข็มปลอดภัยแค่ไหน

            การฝังเข็มที่ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  แทบจะไม่มีอันตรายอะไรเลย  สามารถใช้การฝังเข็มรักษาควบคู่กับการใช้ยารักษาโรคทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณ  ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิดตามปกติ  การฝังเข็มจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ต่อโรคที่เป็นอยู่  เข็มที่ใช้รักษาเป็นเข็มใหม่ที่ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนทุกครั้งและเข็มของผู้ป่วยแต่ละคนจะเก็บแยกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ อย่างปลอดภัยที่สุด

การเตรียมตัวก่อนการรับการฝังเข็มของผู้ป่วย

            ผู้ป่วยควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวม สามารถพับแขนเสื้อหรือขากางเกงได้ง่าย  ไม่ต้องงดอาหารและน้ำ  ควรรับประทานอาหารมาพออิ่มก่อนรักษา 1-2 ชั่วโมง ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างหรืออิ่มเกินไป และหลังการรักษาสามารถอาบน้ำ, รับประทานอาหารหรือเคลื่อนไหวได้ตามปกติ



สอบถามข้อมูล ติดต่อนัดหมายฝังเข็ม  สอบถามราคาฝังเข็มที่ โรงพยาบาลยันฮี
ติดต่อ จิ ( ยันฮี ) 0841463327
หรือ
LinE  ID   :    0841463327






วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แนะนำ ปลูกผม รักษาผมร่วงโรงพยาบาลยันฮี ติดต่อ จิ (ยันฮี) 0841463327


ปลูกผม  ทางเลือกของผู้มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลยันฮี
ถ้าเราเจอปัญหาผมร่วงถ้าผมร่วงมากๆก็จะพบปัญหาศีรษะล้าน เดี๋ยวนี้ไม่ต้องรออายุเยอะแล้วคนที่อายุน้อยผมก็สามารถร่วงได้เหมือนกัน เรามาดูสาเหตุที่ศีรษะล้านโดย นพ.ประเสริฐ สี่ศิลปชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกและรักษาเส้นผมโรงพยาบาลยันฮี มีคำตอบมาช่วยเฉลยให้หายคาใจ   
สำหรับสาเหตุของการศีรษะล้านนั้น มีดังต่อไปนี้
1. กรรมพันธุ์ ร้อยละ 90 ของผู้ที่ประสบปัญหาศีรษะล้านนั้นเกิดจากกรรมพันธุ์
2. โรคหรือภาวะต่างๆ เช่น ผู้ป่วยโรค SLE, ไทรอยด์เป็นพิษ หรือขาดสารอาหาร ฯลฯ โรคเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการผมร่วงได้ นอกจากนั้นการคลอดบุตรก็ยังทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน

การประเมินก่อนการรักษาที่โรงพยาบาลยันฮี
ขั้นแรกแพทย์จะทำการซักประวัติการเจ็บป่วยก่อน เพราะแม้ว่าส่วนใหญ่ปัญหาศีรษะล้านจะเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่คนไข้อาจจะเกิดจากมีโรคอื่นก็เป็นได้ เมื่อแพทย์ทำการประเมินแล้วพบว่า  คนไข้เป็นโรคศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์  เช่น ร่วงจากทั้งสองด้านเว้าเข้าไป ก็จะประเมินได้ว่าควรรักษาแบบใด ซึ่งการรักษามี 2 ประเภท ได้แก่
1. การรักษาโดยใช้ยา คนไข้บางคนอาจเข้าใจผิดว่าเราใช้การผ่าตัดไปแทนที่การรักษาด้วยยา แต่การผ่าตัดจริงๆ แล้วจะทำก็ต่อเมื่อใช้ยาไม่ได้ผลแล้ว ซึ่งยาที่ให้จะเป็นยาลดระดับฮอร์โมนเพศชาย แต่ยานี้จะมีผลข้างเคียงประมาณ 0.7-1% คือ อาจทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อารมณ์ทางเพศลดลง และในบางรายอาจเกิดอาการนกเขาไม่ขันได้
2. การรักษาโดยการผ่าตัด การรักษาโดยการผ่าตัดนั้นจะทำก็ต่อเมื่อการใช้ยารักษาไม่ได้ผล การปลูกผมจริง คือ การย้ายเส้นผมของคนไข้จากท้ายทอย มาปลูกบริเวณที่ล้าน การย้ายมี 2 แบบ  คือ การตัดหนังศีรษะออกมาเป็นแผ่นแล้วมาซอยให้ได้ผมเป็นต้นๆ แล้วฝังปลูกลงไปใหม่คล้ายๆ กับการปลูกต้นไม้ อีกวิธีคือการเจาะให้ได้ผมมาทีละช่อ แล้วปลูกเข้าไปใหม่บริเวณที่ล้าน
การเตรียมตัวก่อนปลูกผมที่่ยันฮี
1. เช็คโรคประจำตัวให้เรียบร้อย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ แม้ว่าการผ่าตัดนั้นจะไม่อันตราย และแพทย์จะฉีดเพียงยาชาให้คนไข้ แต่หากคนไข้ไปให้อายุรแพทย์ควบคุมโรคประจำตัวให้เรียบร้อยก่อนก็จะส่งผลดีต่อคนไข้เอง เช่น หากเป็นโรคเบาหวานแล้วให้แพทย์คุมน้ำตาลให้ แผลผ่าตัดก็จะหายได้ไว เป็นต้น
2. งดอาหารหรือทานอาหารอ่อนๆ 4-6 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด อาจมีการเจาะเลือดบ้าง ซึ่งในส่วนนี้จะแล้วแต่ศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดจะพิจารณาตามสมควร
3. ควรสวมเสื้อเชิร์ตมาทำการผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยและมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้ไม่โดนบริเวณแผล
4. ควรไว้ผมยาวสักเล็กน้อย เนื่องจากผมจะได้ช่วยบังแผลเป็นให้มองเห็นได้ไม่ชัด แต่โดยปกติแผลเป็นนั้นจะเป็นแผลเล็กๆ ซึ่งมองไม่ค่อยเห็นอยู่แล้ว
สอบถามข้อมูล ปลูกผม ติดต่อนัดหมายแพทย์ปลูกผม สอบถามราคาปลูกผมที่โรงพยาบาลยันฮี
ติดต่อ จิ(ยันฮี) 0841463327
LinE  ID   :    0841463327
E-maiL     :    jay-beauty@hotmail.com

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แนะนำข้อมูล ตกแต่งปากบาง ปากระจับ โรงพยาบาลยันฮี ติดต่อ จิ(ยันฮี) 0841463327

update ล่าสุด 21 กรกฎาคม  2559 ติดต่อนัดหมายตกแต่งปากบาง ตกแต่งปากกระจับที่ยันฮี ติดต่อจิ (ยันฮี) 0841463327




ตกแต่งปากบาง ปากกระจับ ศัลยกรรมให้สวยอย่างใจ
การศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปากให้บาง แพทย์จะทำการประเมินจากรูปปาก ร่วมกับโครงสร้างบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นตา จมูก คิ้ว โหนกแก้ม หน้าผาก คาง รวมทั้งประเมินร่วมกับโครงสร้างของฟัน เพื่อให้ริมฝีปากบนและล่างได้สัดส่วน และรับกับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ โดยรูปทรงปากที่ได้รับความนิยมคือ ปากบาง ปากกระจับ
ศัลยกรรมตกแต่งปากบาง ปากกระจับ
การตกแต่งริมฝีปากให้บางลงหรือให้เป็นรูปกระจับนั้น เหมาะสำหรับคนที่ปากหนา ปากห้อย มีเนื้อปากค่อนข้างมาก หรือคนที่ปากบาง มีเนื้อปากน้อย แต่อยากตกแต่งให้เป็นรูปกระจับก็สามารถทำได้ หรือในบางคนที่ปากมีขนาดปกติแต่ปากไม่ได้รูป ก็สามารถทำการตกแต่งเพื่อให้ปากได้รูปมากขึ้นได้เช่นกัน รวมถึงคนที่เคยได้รับอุบัติเหตุและทำให้มีแผลเป็นบริเวณริมฝีปากก็สามารถตกแต่งริมฝีปากให้สวยน่ามองขึ้น โดยการตกแต่งรูปทรงปากนั้นสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัด
ก่อนการผ่าตัดควรเตรียมตัวโดยการงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ ก่อนและหลังการผ่าตัด เนื่องจากทำให้แผลหายยาก, ให้งดยาแอสไพริน (Aspirin), ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) และวิตามินอี หรือ อาหารเสริมที่มีผลทำให้เลือดออกมาก ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์, เตรียมปากให้ชุ่มชื้นด้วยการบำรุงริมฝีปากหรือทาด้วยลิปมันก่อนการผ่าตัด 2 สัปดาห์ เพื่อให้แผลมีการหายที่ดีและเร็วขึ้นหลังการผ่าตัด, แจ้งประวัติการแพ้ยา หรือ อาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบัน , แจ้งโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ ให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการผ่าตัด และแปรงฟันทำความสะอาดช่องปากก่อนเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งขั้นตอนการผ่าตัด มีดังนี้
1. แพทย์ทำการฉีดยาชาบริเวณรอบๆ ริมฝีปากและสันเหงือก ร่วมกับยานอนหลับแบบอ่อนๆ
2. เมื่อยาออกฤทธิ์จึงทำการเปิดแผลตามแนวยาวของริมฝีปากทั้งด้านบนและด้านล่าง แล้วตัดเนื้อส่วนเกินออก และทำการตกแต่งให้ได้ปากบางหรือปากกระจับตามความต้องการของคนไข้
3. จากนั้นเย็บแผลด้วยไหมละลายตามแนวการเปิดแผล และเย็บให้เป็นหยักที่ตรงกลางริมฝีปากเพื่อให้เป็นรูปปากกระจับ รอยแผลที่เกิดจากการผ่าตัดจะถูกซ่อนไว้บริเวณที่ขอบปากด้านในและด้านนอกมาบรรจบกัน ซึ่งเป็นการชนกันของริมฝีปากตามธรรมชาติ เมื่อแผลหายสนิทแล้วจะมองไม่เห็นรอยแผล
การผ่าตัดใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัดคนไข้อาจมีอาการปิดปากไม่สนิท เพราะอาจยังจะคุ้นเคยกับขนาดปากเดิม แต่เป็นอาการที่อยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อแผลหายก็สามารถปิดปากได้สนิทเหมือนเดิม หลังผ่าตัดริมฝีปากจะค่อยๆ ยุบลง และรูปทรงของปากจะเริ่มเข้าที่ใน 2 สัปดาห์ และหายเป็นปกติภายในระยะเวลา 1-3 เดือน ซึ่งตลอดระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัด คนไข้ควรดูแลแผลผ่าตัดหลังจากทำปากบางหรือปากกระจับ โดยปฏิบัติตนดังนี้
          1. ประคบด้วยความเย็น 48 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัดเพื่อลดอาการบวม
          2. รักษาความสะอาดภายในช่องปากโดยบ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ
          3. ในช่วง 2-4 สัปดาห์ ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ รสไม่จัด และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
          4. ระมัดระวังการขยับปาก การแสดงสีหน้า ในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อให้แผลสมานกันได้ดียิ่งขึ้น
          5. รับประทานยาตามที่แพทย์จัดให้ และมาพบแพทย์ตามตัดเพื่อติดตามผลหลังการรักษา


         การผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งปากให้บาง หรือการทำปากกระจับไม่น่ากลัวเลย แต่ควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเสียก่อน รวมทั้งการเลือกสถานที่ที่มั่นใจว่าปลอดภัย และพบแพทย์ผู้เชียวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยเฉพาะ





ราคาศัลยกรรมปากบางหรือปากกระจับสำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่าตัดปากมาก่อน (ราคา update 1 มีนาคม 59)
-  ราคาศัลยกรรมปากบางด้านบน     16,000 บาท
-  ราคาศัลยกรรมปากบางด้านล่าง    16,000 บาท
-  ราคาศัลยกรรมปากกระจับ            22,000 บาท
* ราคานี้เป็นราคาเหมาจ่ายรวมค่ายาค่าผ่าตัดแล้วค่ะ แต่จะมีค่าบริการ รพ. เพิ่ม 170 บาทค่ะ



สนใจสอบถามข้อมูลการศัลยกรรมตกแต่งปากบาง หรือศัลยกรรมปากกระจับโรงพยาบาลยันฮี 
ติดต่อ จิ(ยันฮี) 0841463327   
LinE ID   :    0841463327

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แนะนำข้อมูล ตกแต่งสะดือ แก้ไขสะดือจุ่น โรงพยาบาลยันฮี

update ข้อมูลล่าสุด 1 กรกฎาคม 2559 ตกแต่งสะดือจุ่น ราคาแก้ไขสะดือจุ่น






แนะนำข้อมูล ศัลยกรรมตกแต่งสะดือ แก้ไขสะดือจุ่น โรงพยาบาลยันฮี ติดต่อจิ(ยันฮี) 0841463327
ยินดีให้คำแนะนำ นัดหมายแพทย์ นัดปรึกษา นัดผ่าตัด สอบถามราคา ตกแต่งสะดือยันฮี

ผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง แก้ไขสะดือจุ่น ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด...

      สะดือ..เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่หลายคนมองข้าม  ลักษณะของสะดือที่ต่างกัน  บางท่านมีลักษณะ ที่มีเนื้อนูนออกมาที่เรียกว่า สะดือจุ่น นั้นเอง  ผู้ชายบางคนอาจจะขาดความมั่นใจในตัวเองในยามที่ต้องถอดเสื้อผ้า หรือผู้หญิงที่ต้องการให้เสื้อผ้าที่โชว์เอว  ซึ่งอาจจะเป็นจุดสนใจกับผู้คนรอบข้างได้
      การผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งสะดือ  เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับท่านผู้ที่มีสะดือจุ่น  ศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งสะดือ เป็นการผ่าตัด ศัลยกรรมแผลเล็ก สามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล 
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดมีดังนี้
        1.  ควรงดน้ำและอาหาร 6-8 ชั่วโมงก่อนทำการ ผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรม  สะดือ
        2.  ควรงดยาวิตามิน อาหารเสริมก่อนผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรม  สะดือ เพราะจะทำให้เลือดแข็งตัวช้า
        3.  ควรเช็ดทำความสะอาดสะดือ ก่อนเข้ามาพบแพทย์ 

ขั้นตอนการเตรียมตัวผ่าตัดตกแต่งสะดือ แก้ไขสะดือจุ่น โรงพยาบาลยันฮี

          หลังจากพบแพทย์ปรึกษาและตกลงยินยอมทำการผ่าตัดแล้ว  ทางเจ้าหน้าที่จะให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัด
          จากนั้นพยาบาลก็จะพาเราไปที่ห้องผ่าตัดเพื่อเตรียมตัวทำการผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรม สะดือ โดยขั้นตอนแรกคือ การทำความสะอาด สะดือ โดยใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดสะดือเรา  จากนั้นเป็นขั้นตอนการฉีดยานอนหลับชนิดพิเศษ ที่มีผลออกฤทธิ์  จะออกฤทธิ์ ประมาณ10-15นาที จะทำให้เราหลับไปสักพัก ระหว่างนั้นหมอจะทำการฉีดยาชาที่สะดือเพื่อทำให้ไม่รู้สึกเจ็บในตอนผ่าตัด ศัลยกรรมสะดือ   พร้อมกับโกนขนที่บริเวณรอบสะดือ เพื่อทำให้สะดือเราสะอาดก่อนทำการผ่าตัด  (การโกนขนอาจจะทำในกรณีที่คนไข้เป็นผู้ชาย) จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์  การผ่าตัด จะเป็นวิธีทางการแพทย์ขึ้นอยู่กับรูปลักษณะ ของสะดือแต่ละท่าน  
         หลังจากนั้นประมาณ1-2 อาทิตย์ แพทย์ ก็จะนัดมาตัดไหม และดูแผลอีกครั้งว่า แผลแห้งและดีหรือไม่

 การดูแลหลังการผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรม สะดือที่โรงพยาบาลยันฮี

          -  รับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ
          -  ระวังไม่ให้น้ำเข้าแผลที่เย็บไว้ ในช่วง 7 วัน
          -  กรณีมีน้ำซึมเข้าแผลให้แกะปลาสเตอร์ที่ปิดแผลออกแล้วใช้น้ำเกลือหรือแผลแอลกอฮอล์ หรือเบตาดีนเช็ดแผล ทำแผลเช้า – เย็น ทุกวันจนกระทั่งถึงวันนัดตัดไหม
          -  แผลที่เย็บไว้จะใช้เวลาประมาณ 5 – 7 วัน จึงสามารถมาให้แพทย์ตัดไหม ตามที่แพทย์นัดไว้
          -  หลังตัดไหมเสร็จแล้วแผลสามารถถูกน้ำได้ แต่ระวังอย่าถูแผลแรงเกินไปในช่วงอาทิตย์แรกหลังตัดไหมเสร็จใหม่ๆ
          -  งดอาหารจำพวกของหมัก ดอง ของแสลง อาหารที่มีความเค็ม งดแอลกอฮอล์ และบุหรี่


ราคาศัลยกรรมตกแต่งสะดือ แก้ไขสะดือจุ่น โรงพยาบาลยันฮี ( ราคา update 1 มีนาคม 59 )

       -  ราคา  15,000  บาท
ราคาศัลยกรรมตกแต่งสะดือจุ่นเป็นราคาเหมาจ่ายรวมค่ายาค่าผ่าตัดแล้ว แต่จะมีค่าบริการ รพ. เพิ่ม 170 บาท






ติิดต่อ นัดหมาย สอบถามราคาตกแต่งสะดือจุ่น ศัลยกรรมตกแแต่งแก้ไขสะดือจุ่น โรงพยาบาลยันฮี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 
ติดต่อจิ(ยันฮี) โทร 0841463327   หรือ ไลน์ไอดี  0841463327

www.jay-beauty.com


วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แนะนำข้อมูลการตัดกราม เหลากราม โรงพยาบาลยันฮี



update ล่าสุด 1 กรกฎาคม 2559 ติดต่อ จิ(ยันฮี)0841463327 ตัดกราม เหลากราม ตัดกระดูกกราม ราคาตัดกราม ผ่าตัดหน้าเรียว ศัลยกรรมหน้าเรียว ผ่าตัดกราม ที่โรงพยาบาลยันฮี

ตัดกราม  เหลากรามเพื่อรูปหน้าเรียวสวย  ตัดกรามยันฮี

          ความนิยมเกี่ยวกับรูปหน้าเรียวเล็กนั้นไม่เคยตกสมัย แต่สาว ๆ ที่มีใบหน้าส่วนล่างบานกว้างเป็นเหลี่ยมก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจไป เพราะปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขด้วยการผ่าตัดตกแต่งมุมกราม(ตัดกราม)ทำให้เหลี่ยมที่กว้างใหญ่เล็กลง ใบหน้าจึงดูแคบเรียวและอ่อนโยนขึ้นครับ
          ปัจจุบัน การผ่าตัดกรามให้เล็กลงนิยมทำกันมากขึ้น วิธีการนั้นค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนักและได้ผลดี แต่ก่อนจะพูดถึงขั้นตอนการทำ มาทำความเข้าใจโครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้หน้าดูกว้างกันก่อน


          โครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้หน้าดูกว้างประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนมุมของกระดูกขากรรไกรล่างยื่นออก และ กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารที่เกาะบนส่วนมุมนั้นหนาตัวกว่าปกติ แต่ใช่ว่าในการผ่าตัดแพทย์จะตัดแต่งทั้งสองส่วนดังกล่าวไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะตัดแต่งเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกยื่นเท่านั้น เพราะกล้ามเนื้อที่เกาะอยู่จะหดตัวเล็กลงได้เองในภายหลัง จึงไม่จำเป็นต้องตัดแต่งอีก
          สำหรับการผ่าตัดกรามให้เล็กลงโดยทั่วไปมีด้วยกัน 2 วิธี แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีใด เริ่มแรกผู้มารับการรักษาจะต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูโครงสร้างของกระดูกขากรรไกรเสียก่อน เช่น ความหนา ความสูง รวมถึงความสมดุลของกระดูก เพื่อประเมินว่าควรตัดแต่งลดเหลี่ยมมุมของกระดูกมากน้อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม
          สำหรับการผ่าตัดกราม วิธีแรกเป็นการผ่าตัดภายนอกช่องปากโดยผ่านผิวหนังบริเวณมุมกรามโดยตรง ส่วนอีกวิธีจะผ่าตัดในช่องปากโดยซ่อนแผลไว้บริเวณซอกเหงือกด้านหลังฟันซี่สุดท้าย
          มาดูการผ่าตัดภายนอกช่องปากกันก่อน วิธีนี้จะเปิดแผลโดยตรงบริเวณมุมกรามเข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นเลื่อยเล็ก ๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ แม้วิธีนี้จะฟังดูง่าย หลังผ่าตัดอาการบวมก็มีน้อยและแทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก แต่ปัจจุบันความนิยมกลับลดน้อยลงเนื่องจากมีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้ชั่วคราว และที่สำคัญคือจะมีรอยแผลผ่าตัด (ประมาณ 2-3 ซม.) ทั้ง 2 ข้าง
          ส่วนการผ่าตัดภายในช่องปาก แม้จะต้องอาศัยความชำนาญและเครื่องมือพิเศษที่สามารถเลื่อยกระดูกที่ต้องการตัดแต่งได้ในซอกแคบ ๆ กว่าวิธีแรก แต่นั่นมิใช่อุปสรรคสำหรับศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ที่สำคัญวิธีนี้จะผ่าโดยผ่านซอกเหงือกด้านหลังฟันกรามไปยังมุมกระดูกขากรรไกร จึงไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก อีกทั้งสามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็นทำให้ได้กระดูกกรามที่โค้งเนียนขึ้นครับ
         การผ่าตัดกรามจากภายในช่องปากจะมีอาการบวมโดยเฉพาะในช่วง 5-10 วันแรก ก็ไม่ต้องตกใจเพราะถือเป็นเรื่องปกติ โดยระยะแรกที่มีอาการบวมมักจะอ้าปากไม่ได้มากเนื่องจากมีความตึงตัวของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ต่อมาอาการบวมจะค่อย ๆ ทุเลาลงก็จะอ้าปากได้มากขึนเรื่อยๆ และเพื่อป้องกันข้อต่อเกิดอาการฝืด ควรหมั่นอ้าปากเพื่อขยับข้อต่อขากรรไกรบ่อย ๆ
          นอกจากนั้นในช่วง 3-4 วันแรก อาจมีอาการปวดแผลบ้าง บางรายอาจมีอาการหูอื้อเล็กน้อย เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างผ่าตัด ก็ไม่ต้องตกใจเพราะจะเป็นอยู่ชั่วคราว หลังจากนั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ ใบหน้าก็จะเริ่มยุบบวมและเข้าที่ จนกระทั่งได้รูปทรงใบหน้าตามต้องการ ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หลังผ่าตัดครับ
          แม้ว่าการผ่าตัดกรามจะช่วยแก้ไขรูปหน้าได้อย่างที่ต้องการ แต่กระนั้นก็ต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญจริง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนานะครับ



ราคาตัดกรามด้านในช่องปากโรงพยาบาลยันฮี ( ราคา update ล่าสุด  1 มีนาคม 2559 )
-  ราคาตัดกรามยันฮี   75,000 บาท  นอน รพ.  2 คืน (ราคานี้เป็นราคาเหมาจ่าย)



บริการให้คำแนะนำการรักษา ตัดกราม เหลากราม  นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา  รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327   ,   LinE  ID    :    0841463327
หรือ 
E-MAIL : jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ
www.jay-beauty.com

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รีแพร์ กระชับช่องคลอด ตกแต่งแคม ตกแต่งเลเบีย แก้ไขแคมใหญ่ ตกแต่งเยื่อพรหมจารีย์แก้ไขปัสสาวะเล็ด โรงพยาบาลยันฮี

update ล่าสุด 24 พฤษภาคม 2559 แนะนำข้อมูลศัลยกรรมรีแพร์กระชับช่องคลอดยันฮี วิธีเตรียมตัวก่อนผ่าตัดรีแพร์ ทำสาวยันฮี ติดต่อจิ(ยันฮี) 0841463327 นัดหมายแพทย์ นัดปรึกษาทำรีแพร์




 เว็บไซด์เพื่อศัลยกรรมความงาม


ล้วงลึก...เทคนิคการรักษาผ่าตัดตกแต่งบริเวณจุดซ่อนเร้นที่คุณอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม
               1. ผ่าตัดกระชับช่องคลอด  (Vaginoplasty/Posterior Vaginal Repair) หรือ รีแพร์ (ทำสาว)
                การผ่าตัดกระชับช่องคลอด หรือการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยานในช่องคลอด พร้อมทั้งตัดผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดออกเพื่อให้ขนาดหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของช่องคลอดเล็กลง ส่งผลให้ช่องคลอดเล็กลงและกระชับมากขึ้น
                การผ่าตัดกระชับช่องคลอด เป็นการผ่าตัดในรายที่มีการหย่อนของผนังช่องคลอดส่วนหลัง หรือการหย่อนของผนังช่องคลอดส่วนหน้า ซึ่งมีสาเหตุการเกิดเช่นเดียวกัน ได้แก่ การคลอดบุตร ไอเรื้อรัง ท้องผูกเป็นเวลานาน และโรคอ้วน อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ อาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน ท้องผูก มีลมในช่องคลอด หรือมีอาการไม่กระชับขณะมีเพศสัมพันธ์
                รอยนูนภายในช่องคลอดอาจเกิดจากการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้าหรือส่วนหลัง หรือทั้งสองส่วนพร้อมกัน การผ่าตัดต้องอาศัยการเย็บติดเพื่อรวบเนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน โดยมีการใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษร่วมด้วย ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จในการแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนสูงถึง 95%

                กระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้า เกิดขึ้นเมื่อกระเพาะปัสสาวะเคลื่อนลง ซึ่งส่วนมากสามารถมองเห็นได้ อาการปัสสาวะเล็ดอาจเกิดขึ้นได้พร้อมกับการหย่อนคล้อยของกระเพาะปัสสาวะ
                กระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้าอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด การแก้ไขกระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการผ่าตัดผนังช่องคลอดด้านหน้าเป็นการผ่าตัดเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะเคลื่อนกลับเข้าที่ตามปกติ ทั้งนี้การผ่าตัดแก้ไขของเนื้อเยื่อแบบดั้งเดิมโดยการเย็บ เป็นวิธีการที่ไม่นิยมในปัจจุบันเนื่องจากมีอัตราความล้มเหลวถึง 25-60%
                ปัจจุบัน การผ่าตัดประเภทนี้เป็นการผ่าตัดชนิดหนึ่งที่ให้ความท้าทายมากที่สุด นรีแพทย์และศัลยแพทย์ด้านทางเดินปัสสาวะได้พัฒนาการผ่าตัดรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะหย่อน เช่นเดียวกับการเป็นไส้เลื่อน โดยการใช้ตาข่ายพยุง (mesh) เพื่อแปะหรือฝังในผนังช่องคลอดทำให้การผ่าตัดประเภทนี้ประสบความสำเร็จมากขึ้น
                ท่อปัสสาวะเป็นท่อที่ระบายปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะ หรือเป็นส่วนที่คุณสามารถเห็นน้ำปัสสาวะออกมานั่นเอง ตัวท่อปัสสาวะอาจจะหย่อนลงได้เช่นเดียวกับกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดเมื่อไอ หัวเราะ กระโดด หรือก้มโค้ง
                การแก้ไขข้อบกพร่องนี้ คือการใส่แผ่นตาข่ายพิเศษพยุงท่อปัสสาวะเพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำปัสสาวะ ผู้หญิงหลายคนเป็นโรคปัสสาวะเล็ด แต่ไม่อาการของโรคปรากฎแต่อย่างใด การผ่าตัดจึงไม่มีความจำเป็นในผู้ป่วยกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่ออาการของโรคปรากฎขึ้น ก็ได้มีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อคนไข้ด้วย
                วิธีที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุดในการแก้ไขอาการปัสสาวะเล็ด คือการใช้เส้นใยพอลิโพรไพลีน ซึ่งเป็นวัสดุไนลอนเคลือบ วัสดุดังกล่าวจะถูกนำไปวางไว้ตรงกลางใต้ท่อปัสสาวะ ให้ทำหน้าที่เสมือนกระดานรองเมื่อจามหรือไอ เพื่อปิดหรืออุดท่อปัสสาวะ และเพื่อลดหรือหยุดการรั่วไหลของน้ำปัสสาวะ กระบวนการเหล่านี้ถูกเรียกว่า “Tension-Free” เพราะตัวสายคล้องท่อปัสสาวะ (sling) จะไม่ถูกเย็บติดกับกล้ามเนื้อ พังผืด หรือกระดูก แต่จะถูกฝังเส้นใยไว้ภายในใต้ท่อปัสสาวะ คุณอาจจะได้ยินคำว่า TVT-O หรือ TOT ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งเส้นทางที่สายคล้องถูกวาง  หลังผ่าตัดจะไม่มีร่องรอยแผลผ่าตัดให้เห็นเลย
                กรณีสายคล้องแบบ MiniARC เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของการผ่าตัด โดยจะดำเนินการผ่านช่องคลอดโดยการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “short tape” เทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ 80-95 เปอร์เซ็นต์

          4. ผ่าตัดตกแต่งลดขนาดแคมเล็ก เลเบีย (Labiaplasty Minora หรือ LabialReduction)แก้ไขแคมเล็กยื่น
                การผ่าตัดแคมเล็กเป็นการผ่าตัดส่วนที่ขยายขึ้นของผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเกิน การขยายตัวดังกล่าวทำให้เกิดติ่งเนื้อ รอยย่นและรอยนูนที่น่าอับอาย เพราะสามารถเห็นได้เมื่อใส่ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้ารัดรูป
ภาวะดังกล่าวยังเพิ่มการอุดตันของเหงื่อไคลและกลิ่นอับในช่องคลอด ทั้งนี้แคมเล็กอาจขยายใหญ่ได้ตั้งแต่กำเนิด พันธุกรรมหรือเกิดจากการให้กำเนิดบุตร รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้หญิงหลายคนยังพบว่าการขยายและหย่อนคล้อยของแคมเล็กเกิดขึ้นได้หลังจากการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน เช่น หลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก
                คือกลีบด้านนอกของปากช่องคลอดสามารถขยายใหญ่ได้ ส่วนที่ขยายเป็นผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเกิน การขยายใหญ่นี้ทำให้เกิดรอยนูนที่น่าอับอาย เพราะสามารถเห็นได้เมื่อใส่ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้ารัดรูป ทั้งยังเป็นการเพิ่มการอุดตันของเหงื่อไคลและกลิ่นอับในปากช่องคลอด
                แคมใหญ่อาจขยายใหญ่ได้ตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากการให้กำเนิดบุตร รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้หญิงหลายคนยังพบว่าการขยายและหย่อนคล้อยของแคมใหญ่เกิดขึ้นได้หลังจากการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน หรือหลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก
                การผ่าตัดจะเป็นการตัดแคมใหญ่ด้านในบางส่วนออกเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว แผลผ่าตัดจะถูกซ่อนบริเวณรอยพับระหว่างแคมใหญ่ด้านในและแคมเล็กด้านนอก

                การผ่าตัดประเภทนี้เป็นการสร้างเยื่อพรหมจารีขึ้นมาใหม่ ปัจจัยทางวัฒนธรรม ศาสนา และสังคม มีผลต่อการพิจารณาทำการผ่าตัดประเภทนี้              
                การผ่าตัดตกแต่งเยื่อพรหมจารีเป็นการผ่าตัดเพื่อตกแต่งบริเวณปากช่องคลอด เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ยังไม่เคยคลอดบุตรแบบธรรมชาติ (ผ่านช่องคลอด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ยังไม่เคยตั้งครรภ์ การผ่าตัดต้องทำอย่างพิถีพิถันในบริเวณปากช่องคลอดและขอบของเยื่อพรหมจารี หลังจากแผลผ่าตัดสมานแล้ว การมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้มีเลือดออกมาได้ เนื่องจากเยื่อพรหมจารีฉีกขาดหรือขยายตัว

              ก้อนเนื้อหรือปุ่มนูนแข็งๆ ในช่องคลอดที่สามารถรู้สึกหรือเห็นได้ มักเป็นก้อนเนื้อหรือปุ่มนูนที่เกิดจากการหย่อนคล้อยของปากมดลูกหรือตัวมดลูกยื่นผ่านทางปากช่องคลอด โดยทั่วไปปัญหาดังกล่าวแก้ไขโดยการผ่าตัดมดลูก หรือการผ่าตัดยกมดลูกหรือปากมดลูกผ่านทางช่องท้องเพื่อลดขนาดของเอ็นที่พยุงปีกมดลูกให้สั้นลง

                พอจะได้ไอเดียกันไปไม่มากก็น้อยนะคะ ใครกำลังประสบปัญหาที่ไม่กล้าบอกใคร อย่าแอบทุกข์ใจอยู่คนเดียวค่ะ ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนรีเวชดู อาจพบคำตอบในการแก้ปัญหาที่ช่วยเปลี่ยนคุณให้สวยจากภายในได้ค่ะ





บริการให้คำแนะนำการรักษา นัดแพทย์ จองคิวผ่าตัด ทำประวัติ สอบถามราคาทำรีแพร์กระชับช่องคลอดที่ยันฮี
รีแพร์ กระชับช่องคลอด ทำสาว ตกแต่งแคม ตกแต่งเลเบีย ตกแต่งเยื่อพรหมจารีย์ แก้ไขปัสสาวะเล็ดรพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนระหว่างการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
ติดต่อ คุณจิ (ยันฮี)  084-1463327   ,   LinE ID   :    0841463327
หรือ
   www.jay-beauty.com

E-MAIL : jay-beauty@hotmail.com  กรุณาส่งคำถามพร้อมแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ