วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แนะนำข้อมูลศัลยกรรมเสริมจมูก เสริมดั้ง เติมปลายหยดน้ำ ติดต่อ จิ(ยันฮี) 0841463327




เสริมจมูก เสริมดั้ง เติมปลายหยดน้ำ โรงพยาบาลยันฮี

           การศัลยกรรมเสริมจมูก หรือ เสริมดั้ง ในปัจจุบัน กำลังเป็นที่นิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูกสำหรับผู้หญิง หรือแม้กระทั่ง เสริมจมูกสำหรับผู้ชาย  แต่ก็มีบางท่านที่ยังกลัว ๆ กล้า ๆ  อยากสวยก็อยากแต่กลัวเจ็บ กลัวทำออกมาแล้วไม่ดี มีปัญหา สารพัดจะกลัว จริง ๆ กลัวไว้บ้างก็ดีจะได้ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าไปทำกับสถานบริการที่ขาดมาตรฐาน
การเตรียมความพร้อม ก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก
         ขั้นที่ 1 เริ่มต้นที่อายุ ผู้ที่จะเสริมจมูกได้ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป ถ้าใครที่อายุไม่ถึงก็อดใจรอศึกษาข้อมูลแพทย์ ศึกษาข้อมูลโรงพยาบาลไปก่อน
          ขั้นที่ 2 ตรวจเช็คสุขภาพตนเองว่าไม่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบการหยุดเลือด ทำให้เลือดออกมากผิดปกติ หรือเลือดหยุดยาก
          ขั้นที่ 3 ในกรณี ที่เป็นไซนัสอักเสบเป็นหนอง หรือเป็นหวัดมีน้ำมูก เกิดสิวอักเสบบริเวณจมูก เป็นต้น ควรรักษาอาการติดเชื้อให้ดีก่อนทำ
          ขั้นที่ 4 งดบุหรี่ 1 เดือน และงดแอลกอฮอล์ 1วัน ก่อนการผ่าตัด เสริมจมูก
          ขั้นที่ 5 งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุง เช่น แอสไพริน และวิตามินอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามินอี  น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด
          ขั้นที่ 6 ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก
          ขั้นที่ 7 เตรียมทรงจมูกในฝัน หรือนำรูปทรงจมูกที่อยากได้มาให้แพทย์ดู บางคนอยากเสริมจมูกแบบนั้น อยากได้ทรงนี้ แต่ไม่บอกให้แพทย์ทราบระวังผลออกมาอาจจะไม่ได้ดั่งใจเรานะ
          ขั้นที่ 8 เตรียมความพร้อมของร่างกายพักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมสภาวะจิตใจให้พร้อม และควรศึกษาข้อมูลผลข้างเคียงหลังผ่าตัด เพราะหลังผ่าตัดจะได้ไม่ต้องกังวลมาก
เสริมจมูก...ด้วยซิลิโคน
          สำหรับวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก ส่วนมากแพทย์จะเลือกใช้ ซิลิโคนแท่ง (Silicone) ข้อดีของซิลิโคนแท่งซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ (Synthetic prothesis) ก็คือ จะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก ทำให้ร่างกายสามารถรับและห่อหุ้มแท่งซิลิโคนให้ยึดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ดี
ขั้นตอนการผ่าตัด เสริมจมูก
          การผ่าตัดเสริมจมูกมีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ก่อนทำแพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้น เพื่อลดความวิตกกังวล และฉีดยาชารอบจมูกจะได้ไม่รู้สึกเจ็บด้วย จากนั้นจะเปิดแผลผ่าตัด และใส่ซิลิโคนที่ตกแต่งเป็นอย่างดีแล้วหลังตรวจสอบความเรียบร้อยแพทย์จะเย็บปิดแผล ตามด้วยพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูกเพื่อป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวมหลังเสริมจมูกแพทย์จะให้นอนพักราว 1 ชม. เพื่อให้ยานอนหลับหมดฤทธิ์ดีเสียก่อน จึงจะกลับบ้านได้
อาการหลังการผ่าตัดเสริมจมูก
          หลังผ่าตัดอาการบวมจะประมาณ 2-3 วันแรก ช่วงนี้อยากเน้นให้ประคบความเย็นบ่อยๆ เพื่อลดอาการบวมและเพื่อให้เลือดหยุดไหล หลังจากอาการบวมเริ่มยุบ หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นแทน, นอนศีรษะสูง, ในช่วง 2 สัปดาห์แรกให้หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และกลับมาพบแพทย์ตามนัด
          โดยทั่วไป การเสริมจมูกจะเข้าที่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ในช่วงนี้ให้ระมัดระวังเรื่องการโดนกระแทก เพราะแท่งซิลิโคนจะถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มจนแน่นและสามารถทนแรงกระทบได้มาก ๆ ต้องใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน



บริการให้คำแนะนำการศัลยกรรมเสริมจมูก นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ  www.jay-beauty.com
E-MAIL : 
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รีวิวเสริมหน้าอกยันฮี เสริมหน้าอก เสริมนม เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ เสริมหน้าอกอเมริกา ติดต่อจิ(ยันฮี)






เสริมหน้าอก เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ โรงพยาบาลยันฮี

เป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ความเป็นสตรีเพศและช่วยเพิ่มความงามของร่างกายได้อีกจุดหนึ่ง การมีหน้าอกที่สวยงามได้ขนาดพอเหมาะยังเป็นส่วนเพิ่มความมั่น ใจในการใช้ชีวิตในสังคม การผ่าตัดเสริมทรวงอกจึงเป็นการผ่าตัดที่นิยมและถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านเทคนิคและวัสดุที่ใช้ในการเสริมหน้าอก ปัจจุบันสามารถทำได้อย่างปลอดภัย  และผลการรักษาก็เป็นที่พึงพอใจสูง

ราคาเสริมหน้าอก เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ รพ.ยันฮี

- เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ               ราคา   80,000  บาท  (พัก รพ. 1 คืน)
เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนชนิดพิเศษ (ไม่ต้องนวด)  ราคา   95,000 บาท  (พัก รพ. 1 คืน)
กรณีเสริมหน้าอกซิลิโคน ทรงหยดน้ำ                       ราคา 125,000 บาท   (พัก รพ.1-2คืน)

*** สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาเสริมหน้าอกที่รพ. นั้น  ถ้าอยู่ในช่วงที่ให้นมบุตรหรือมีน้ำนมอยู่  ยังไม่สามารถที่จะทำการผ่าตัดได้  เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ  ซึ่งถ้าลูกค้าต้องการมาทำก็สามารถเข้ามารับยาหยุดน้ำนมได้

การดูแลหลังการผ่าตัด
                - จะมีการนัดตรวจซ้ำหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก 7 วัน  ซึ่งแพทย์จะนัดมาตรวจหน้าอก เพื่อดูผลแผลที่ทำการผ่าตัด  และตัดไหม 
                - แต่การดูแลที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่คนไข้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ การนวดหน้าอก ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายจะสร้างพังผืดมาล้อมตัวถุงนมเทียมไว้เสมอ หาก ถูกล้อมไว้จนแคบเกินไปหน้าอกอาจจะเกิดอาการตึงแข็งได้หรือบางครั้งมีการบิดเบี้ยวของเต้านม
                - ดังนั้นแพทย์จึงมักจะกำชับให้คนไข้หมั่นนวดคลึงหน้าอก เพื่อให้ถุงนมนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลาเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวและทำให้เต้านมสวยงามเป็นธรรมชาติ โดยการนวดนั้นควรต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี


แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน
·       หย่อนมาก ค่ารักษา 58,000 บาท (นอน รพ. 2 คืน)
·       ลดขนาดหน้าอก ค่ารักษา 65,000 บาท (นอน รพ. 3 คืน)




วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

แนะนำ การกำจัดขนถาวร กำจัดขนรักแร้ กำจัดขนหน้าแข้ง มอบส่วนลดสูงสุด รพ.ยันฮี







กำจัดขนถาวร กำจัดขนรักแร้ กำจัดขนหน้าแข้ง กำจัดหนวด เครา จอน บิกินี่ เลเซอขน
แม้ว่าขน’  จะเป็นสิ่งที่มีมาตามธรรมชาติจนหลายท่านเห็นเป็นเรื่องธรรมดา  แต่สำหรับผู้ที่รักสวยรักงามแล้วคงจะไม่เห็นด้วยเป็นแน่ เนื่องจากขนทำให้ผิวพรรณขาดความเนียนเรียบ  ดูไม่เกลี้ยงเกลาสะอาดตา  ยิ่งในรายที่มีขนดกรุงรังยิ่งแลดูไม่สวยงาม จนบั่นทอนความมั่นใจในตนเองได้
การเตรียมตัวก่อนทำจะต้องหยุดกำจัดขนด้วยตนเองไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็ตามแล้วปล่อยให้ขนขึ้นตามธรรมชาติอย่างเต็มที่ระยะหนึ่งหรือนานที่สุดเท่าที่จะทนไหว เพราะโดยหลักการของการกำจัดขนถาวร แพทย์ควรจะเห็นขนอยู่ในรากก่อนจึงจะทำให้การกำจัดขนเกิดผลสูงสุด
                การกำจัดขนแบบถาวร นิยมทำมีกัน 2 วิธี ดังนี้
                วิธีแรก แพทย์จะใช้เข็มเล็ก ๆ สอดเข้าไปที่รูขุมขน หรือบางคนเรียกว่า จี้ไฟฟ้า หรือจี้ด้วยคลื่นวิทยุ แต่มีหลักการอย่างเดียวกันคือ การใช้ปฏิกิริยาทางเคมีหรือความร้อน หรือผสมผสานทั้ง 2 วิธีเข้าด้วยกันเพื่อทำลายรากขน โดยทั่วไปใช้การประคบเย็นเพื่อทำให้ชา ยกเว้นบางบริเวณอาจให้ยาชาทาหรือฉีดเสริม วิธีนี้สามารถใช้กำจัดขนถาวรได้ 100% แต่ต้องทำจำนวนครั้งมากพอ (ครั้งเดียวไม่หมดแน่นอน) ขนที่มีมาใหม่นั้นเป็นขนที่ซ่อนอยู่ไม่ได้โผล่ขึ้นมาทำให้กำจัดได้ไม่หมดในครั้งก่อน ส่วนขนเดิมที่ได้กำจัดออกไปแล้ว จะไม่ขึ้นมาใหม่อีก
                วิธีที่สอง การใช้เลเซอร์กำจัดขน ซึ่งแพทย์จะใช้ครีมทาให้ชาก่อนทำ สามารถกำจัดขนได้บางส่วนแต่ไม่หมดไปถาวร อาจกำจัดได้เพียง 60-80% แม้ว่าจะทำซ้ำหลายครั้ง แต่มีข้อดีคือไม่เจ็บ ขนที่เหลือเส้นจะเล็กลง บางลง สีจางลง การงอกขึ้นมาใหม่จะช้าลง หลังกำจัดไปช่วงแรกๆ จะดูเหมือนไม่มีขนเหลืออยู่ ต่อมาจึงค่อยๆ มีขึ้นมาให้เห็นอีก
                ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ใช้ในการทำมักขึ้นกับตำแหน่งที่ต้องการกำจัดขน เนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีความหนาแน่นของขนไม่เท่ากัน
                ในคนปรกติทั่วไป ภายหลังการกำจัดขนอาจมีตุ่มแดงๆ เล็กน้อยขึ้นมาประมาณ 1-2 วันแล้วจางหายไป ในบางรายอาจเกิดรอยช้ำจากการสอดเข็มหรือมีสะเก็ดแผลเล็กๆ ซึ่งจะหายไปในเวลา 1-2 วันเช่นเดียวกัน ผู้รับการรักษาสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปรกติ แต่ไม่ควรว่ายน้ำหรือเล่นน้ำทะเลหลังทำประมาณ 2-3 วัน หรือใช้แปรง ฟองน้ำไปขัดถูบริเวณที่เพิ่งกำจัดขนไป
                ผลดีของการกำจัดขน ภายหลังการกำจัดขนถาวร นอกจากจะได้ผิวที่สะอาดเกลี้ยงเกลาอย่างที่ต้องการแล้ว ในบางบริเวณ เช่น รักแร้ จะมีผลพลอยได้ตามมาด้วย กล่าวคือ ตุ่มนูนที่เคยเกิดขึ้นจากการกำจัดขนด้วยการถอนจะค่อยๆ ลดขนาดลงหรือยุบหายไป เนื่องจากการที่ขนน้อยลงหรือไม่มีเลยทำให้ไม่มีความจำเป็นในการถอนขนด้วยตนเอง จึงไม่เกิดการกระตุ้นต่อมในบริเวณนั้น นอกจากนั้นกลิ่นและรอยคล้ำใต้วงแขนจะลดและจางลงไป เนื่องจากการที่ขนถูกกำจัดหมดไปทำให้การสะสมของเหงื่อที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นลดลง และการกำจัดรากขนจะทำลายต่อมกลิ่นไปด้วยบางส่วน ดังนั้นความจำเป็นที่ต้องใช้ลูกกลิ้งน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดรอยคล้ำก็จะลดลงตามไปด้วย
                โดยปรกติแล้วการกำจัดขนแบบถาวรในคนปรกติทั่วไปไม่มีข้อห้ามใด ๆ ในการทำ ยกเว้นคนที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เพราะวิธีการกำจัดขนโดยใช้เข็มนั้น อาจจะทำให้เกิดรอยถลอกที่ผิวหนัง แม้ว่าจะเป็นเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถเป็นช่องทางที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ผิวหนังในบริเวณนั้นได้





สอบถามข้อมูล ราคากำจัดขนเพิ่มเติม นัดหมายแพทย์ ทำประวัติ รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี

ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ  www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รีแพร์ กระชับช่องคลอด ตกแต่งแคม ตกแต่งเลเบีย แก้ไขแคมใหญ่ ตกแต่งเยื่อพรหมจารีย์ แก้ไขปัสสาวะเล็ด โรงพยาบาลยันฮี



 เว็บไซด์เพื่อศัลยกรรมความงาม


ล้วงลึก...เทคนิคการรักษาบริเวณจุดซ่อนเร้นที่คุณอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม
                ผ่าตัดกระชับช่องคลอด  (Vaginoplasty/Posterior Vaginal Repair) หรือ รีแพร์
                การผ่าตัดกระชับช่องคลอด หรือการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยานในช่องคลอด พร้อมทั้งตัดผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดออกเพื่อให้ขนาดหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของช่องคลอดเล็กลง ส่งผลให้ช่องคลอดเล็กลงและกระชับมากขึ้น
                การผ่าตัดกระชับช่องคลอด เป็นการผ่าตัดในรายที่มีการหย่อนของผนังช่องคลอดส่วนหลัง หรือการหย่อนของผนังช่องคลอดส่วนหน้า ซึ่งมีสาเหตุการเกิดเช่นเดียวกัน ได้แก่ การคลอดบุตร ไอเรื้อรัง ท้องผูกเป็นเวลานาน และโรคอ้วน อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ อาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน ท้องผูก มีลมในช่องคลอด หรือมีอาการไม่กระชับขณะมีเพศสัมพันธ์
                รอยนูนภายในช่องคลอดอาจเกิดจากการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้าหรือส่วนหลัง หรือทั้งสองส่วนพร้อมกัน การผ่าตัดต้องอาศัยการเย็บติดเพื่อรวบเนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน โดยมีการใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษร่วมด้วย ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จในการแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนสูงถึง 95%
                กระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้า เกิดขึ้นเมื่อกระเพาะปัสสาวะเคลื่อนลง ซึ่งส่วนมากสามารถมองเห็นได้ อาการปัสสาวะเล็ดอาจเกิดขึ้นได้พร้อมกับการหย่อนคล้อยของกระเพาะปัสสาวะ
                กระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้าอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด การแก้ไขกระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการผ่าตัดผนังช่องคลอดด้านหน้าเป็นการผ่าตัดเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะเคลื่อนกลับเข้าที่ตามปกติ ทั้งนี้การผ่าตัดแก้ไขของเนื้อเยื่อแบบดั้งเดิมโดยการเย็บ เป็นวิธีการที่ไม่นิยมในปัจจุบันเนื่องจากมีอัตราความล้มเหลวถึง 25-60%
                ปัจจุบัน การผ่าตัดประเภทนี้เป็นการผ่าตัดชนิดหนึ่งที่ให้ความท้าทายมากที่สุด นรีแพทย์และศัลยแพทย์ด้านทางเดินปัสสาวะได้พัฒนาการผ่าตัดรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะหย่อน เช่นเดียวกับการเป็นไส้เลื่อน โดยการใช้ตาข่ายพยุง (mesh) เพื่อแปะหรือฝังในผนังช่องคลอดทำให้การผ่าตัดประเภทนี้ประสบความสำเร็จมากขึ้น
                ท่อปัสสาวะเป็นท่อที่ระบายปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะ หรือเป็นส่วนที่คุณสามารถเห็นน้ำปัสสาวะออกมานั่นเอง ตัวท่อปัสสาวะอาจจะหย่อนลงได้เช่นเดียวกับกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดเมื่อไอ หัวเราะ กระโดด หรือก้มโค้ง
                การแก้ไขข้อบกพร่องนี้ คือการใส่แผ่นตาข่ายพิเศษพยุงท่อปัสสาวะเพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำปัสสาวะ ผู้หญิงหลายคนเป็นโรคปัสสาวะเล็ด แต่ไม่อาการของโรคปรากฎแต่อย่างใด การผ่าตัดจึงไม่มีความจำเป็นในผู้ป่วยกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่ออาการของโรคปรากฎขึ้น ก็ได้มีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อคนไข้ด้วย
                วิธีที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุดในการแก้ไขอาการปัสสาวะเล็ด คือการใช้เส้นใยพอลิโพรไพลีน ซึ่งเป็นวัสดุไนลอนเคลือบ วัสดุดังกล่าวจะถูกนำไปวางไว้ตรงกลางใต้ท่อปัสสาวะ ให้ทำหน้าที่เสมือนกระดานรองเมื่อจามหรือไอ เพื่อปิดหรืออุดท่อปัสสาวะ และเพื่อลดหรือหยุดการรั่วไหลของน้ำปัสสาวะ กระบวนการเหล่านี้ถูกเรียกว่า “Tension-Free” เพราะตัวสายคล้องท่อปัสสาวะ (sling) จะไม่ถูกเย็บติดกับกล้ามเนื้อ พังผืด หรือกระดูก แต่จะถูกฝังเส้นใยไว้ภายในใต้ท่อปัสสาวะ คุณอาจจะได้ยินคำว่า TVT-O หรือ TOT ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งเส้นทางที่สายคล้องถูกวาง  หลังผ่าตัดจะไม่มีร่องรอยแผลผ่าตัดให้เห็นเลย
                กรณีสายคล้องแบบ MiniARC เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของการผ่าตัด โดยจะดำเนินการผ่านช่องคลอดโดยการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “short tape” เทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ 80-95 เปอร์เซ็นต์
                การผ่าตัดแคมเล็กเป็นการผ่าตัดส่วนที่ขยายขึ้นของผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเกิน การขยายตัวดังกล่าวทำให้เกิดติ่งเนื้อ รอยย่นและรอยนูนที่น่าอับอาย เพราะสามารถเห็นได้เมื่อใส่ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้ารัดรูป
ภาวะดังกล่าวยังเพิ่มการอุดตันของเหงื่อไคลและกลิ่นอับในช่องคลอด ทั้งนี้แคมเล็กอาจขยายใหญ่ได้ตั้งแต่กำเนิด พันธุกรรมหรือเกิดจากการให้กำเนิดบุตร รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้หญิงหลายคนยังพบว่าการขยายและหย่อนคล้อยของแคมเล็กเกิดขึ้นได้หลังจากการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน เช่น หลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก
                กลีบด้านนอกของปากช่องคลอดสามารถขยายใหญ่ได้ ส่วนที่ขยายเป็นผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเกิน การขยายใหญ่นี้ทำให้เกิดรอยนูนที่น่าอับอาย เพราะสามารถเห็นได้เมื่อใส่ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้ารัดรูป ทั้งยังเป็นการเพิ่มการอุดตันของเหงื่อไคลและกลิ่นอับในปากช่องคลอด
                แคมใหญ่อาจขยายใหญ่ได้ตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากการให้กำเนิดบุตร รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้หญิงหลายคนยังพบว่าการขยายและหย่อนคล้อยของแคมใหญ่เกิดขึ้นได้หลังจากการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน หรือหลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก
                การผ่าตัดจะเป็นการตัดแคมใหญ่ด้านในบางส่วนออกเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว แผลผ่าตัดจะถูกซ่อนบริเวณรอยพับระหว่างแคมใหญ่ด้านในและแคมเล็กด้านนอก
                การผ่าตัดประเภทนี้เป็นการสร้างเยื่อพรหมจารีขึ้นมาใหม่ ปัจจัยทางวัฒนธรรม ศาสนา และสังคม มีผลต่อการพิจารณาทำการผ่าตัดประเภทนี้              
                การผ่าตัดตกแต่งเยื่อพรหมจารีเป็นการผ่าตัดเพื่อตกแต่งบริเวณปากช่องคลอด เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ยังไม่เคยคลอดบุตรแบบธรรมชาติ (ผ่านช่องคลอด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ยังไม่เคยตั้งครรภ์ การผ่าตัดต้องทำอย่างพิถีพิถันในบริเวณปากช่องคลอดและขอบของเยื่อพรหมจารี หลังจากแผลผ่าตัดสมานแล้ว การมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้มีเลือดออกมาได้ เนื่องจากเยื่อพรหมจารีฉีกขาดหรือขยายตัว
                ก้อนเนื้อหรือปุ่มนูนแข็งๆ ในช่องคลอดที่สามารถรู้สึกหรือเห็นได้ มักเป็นก้อนเนื้อหรือปุ่มนูนที่เกิดจากการหย่อนคล้อยของปากมดลูกหรือตัวมดลูกยื่นผ่านทางปากช่องคลอด โดยทั่วไปปัญหาดังกล่าวแก้ไขโดยการผ่าตัดมดลูก หรือการผ่าตัดยกมดลูกหรือปากมดลูกผ่านทางช่องท้องเพื่อลดขนาดของเอ็นที่พยุงปีกมดลูกให้สั้นลง

                พอจะได้ไอเดียกันไปไม่มากก็น้อยนะคะ ใครกำลังประสบปัญหาที่ไม่กล้าบอกใคร อย่าแอบทุกข์ใจอยู่คนเดียวค่ะ ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนรีเวชดู อาจพบคำตอบในการแก้ปัญหาที่ช่วยเปลี่ยนคุณให้สวยจากภายในได้ค่ะ



บริการให้คำแนะนำการรักษา นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนระหว่างการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  
หรือ 
 www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ศัลยกรรมเสริมจมูก ตาสองชั้น ดึงหน้า ตัดกราม เสริมหน้าอก ตัดไขมันหน้าท้อง แปลงเพศ โรงพยาบาลยันฮี

แนะนำ www.jay-beauty.com เว็บไซด์ที่ให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องสุขภาพและความงาม

พร้อมมอบ โปรโมชั่น ส่วนลดโรงพยาบาลยันฮี



Yanhee (รพ.ยันฮี) โรงพยาบาลเพื่อสุขภาพและความงาม
Beauty = ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพ และความงาม
 


           "Jay-beauty (เจบิวตี้)" เราจะแนะนำเกี่ยวกับ...เรื่องสุขภาพและความงาม รวมถึงสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่คุณจะได้รับจากพวกเราและโรงพยาบาลยันฮี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากค่ารักษาที่จะต้องจ่ายให้แก่รพ.อยู่แล้ว จิจะคอยแนะนำและให้คำปรึกษาทุกคำถามที่เกี่ยวกับการรักษาและบริการของ รพ.ยันฮี 
           ปัจจุบันมีผู้สนใจทำศัลยกรรมตกแต่งจำนวนมาก เช่นการทำ เสริมจมูก,เติมปลายจมูก, ตัดปีกจมูก,แก้ไขจมูกที่เคยทำมาแล้ว, ถอดซิลิโคนจมูก,ขูดซิลิโคน, ลดขนาดจมูกที่ใหญ่, ตาสองชั้น,หนังตาตก, แก้ไขถุงไขมันใต้ตา,แก้ไขกล้ามเนื้อตาพิการ,หนังตาบนตก,แก้ไขยิ้มเห็นเหงือก, เสริมคาง,ขูดคางจากการฉีดซิลิโคน, ลักยิ้ม, ตกแต่งปากให้บาง, ปากกระจับตัดกราม, เหลากราม, ลดโหนกแก้ม,เสริมโหนกแก้ม,ฉีดไขมันแก้ม, ดึงหน้า ดึงหน้าผาก ดึงคอเสริมหน้าอก, ตัดหน้าอก,ตัดนมทอม, ลดขนาดหน้าอกที่ใหญ่, แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน,แก้ไขหัวนมบอดตกแต่งหัวนม, ตกแต่งปานนม, ดูดไขมันแขน,ดูดไขมันขา,ดูดไขมันหน้าท้อง , ดูดไขมันเอว, ดูดไขมันหน้าอกสำหรับผู้ชาย, ดูดไขมัน vaser, ตัดไขมันหน้าท้อง, แก้ไขหน้าท้องลาย, หน้าท้องแตกลายหลังคลอด,  ตกแต่งสะดือ,แก้ไขสะดือจุ่น,  เสริมก้น, แปลงเพศจากชายเป็นหญิง, แปลงเพศจากหญิงเป็นชาย ,ตัดไฝ, ฉีด botox, ฉีดbotox ตีนกา, botox หน้าผาก, ทำรีแพร์, กระชับช่องคลอด, ทำสาว, ตกแต่งแคม, ตกแต่งเลเบีย, เลเซอร์หน้า, จัดฟัน, กำจัดขนรักแร้, กำจัดขนหน้าแข้ง, กำจัดขนบิกินี่, รักษาเส้นเลือดขอด, สักคิ้ว, สักขอบตา, สักปาก, ลบรอยสัก, ล้างลำไส้, detox, รักษานอนกรน, เปลี่ยนเสียง, เลสิก, lasik, รักษาสายตาสั้น, รักษาสายตายาว,ตรวจสุขภาพ ฯลฯ ซึ่งเป็นการทำศัลยกรรม เพื่อเสริมบุคลิกภาพ เน้นเสริม เติม แต่ง ให้บุคลิกดูดีขึ้นเป็นหลัก ถ้าคิดจะทำศัลยกรรม สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัย ควรต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมนั้นๆ ให้มากที่สุด

           การพิจารณาสถานพยาบาลและแพทย์ เพื่อความปลอดภัยต้องดูถึงมาตรฐานและคุณภาพมาตรฐาน ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย มีใบรับรองและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เป็นสำคัญ

         ลูกค้าของเจบิวตี้ จะรับทราบถึงโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษอื่น ๆ ก่อนใคร จิ จะคอยดูแลท่านตั้งแต่ขั้นตอนการทำประวัติ จองคิว นัดหมายกับแพทย์ รวมถึงการให้ข้อมูลการรักษาตั้งแต่ก่อนการรักษาจนถึงการปฏิบัติตัวหลังการรักษา
        สุดท้ายนี้ขอฝากเว็บ www.jay-beauty.com นี้ไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของท่านผู้ใช้บริการนะคะ




บริการให้คำแนะนำการรักษา นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา โรงพยาบาลยันฮี
พร้อมรับสิทธิพิเศษโปรโมชั่นส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนระหว่างการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

แนะนำ การศัลยกรรมตัดกราม เหลากราม โรงพยาบาลยันฮี พร้อมมอบสิทธิพิเศษ


ศัลยกรรม ตัดกรามยันฮีเพื่อแก้ไขรูปหน้าเรียวสวย
                ความนิยมเกี่ยวกับรูปหน้าเรียวเล็กนั้นไม่เคยตกสมัย แต่สาว ๆ ที่มีใบหน้าส่วนล่างบานกว้างเป็นเหลี่ยมก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจไป เพราะปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขด้วยการผ่าตัดตกแต่งมุมกรามทำให้เหลี่ยมที่กว้างใหญ่เล็กลง ใบหน้าจึงดูแคบเรียวและอ่อนโยนขึ้นครับ
                ปัจจุบัน การผ่าตัดกรามให้เล็กลงนิยมทำกันมากขึ้น วิธีการนั้นค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนักและได้ผลดี แต่ก่อนจะพูดถึงขั้นตอนการทำ มาทำความเข้าใจโครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้หน้าดูกว้างกันก่อน
                โครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้หน้าดูกว้างประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนมุมของกระดูกขากรรไกรล่างยื่นออก และ กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารที่เกาะบนส่วนมุมนั้นหนาตัวกว่าปกติ แต่ใช่ว่าในการผ่าตัดแพทย์จะตัดแต่งทั้งสองส่วนดังกล่าวไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะตัดแต่งเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกยื่นเท่านั้น เพราะกล้ามเนื้อที่เกาะอยู่จะหดตัวเล็กลงได้เองในภายหลัง จึงไม่จำเป็นต้องตัดแต่งอีก
                สำหรับการผ่าตัดกรามให้เล็กลงโดยทั่วไปมีด้วยกัน 2 วิธี แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีใด เริ่มแรกผู้มารับการรักษาจะต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูโครงสร้างของกระดูกขากรรไกรเสียก่อน เช่น ความหนา ความสูง รวมถึงความสมดุลของกระดูก เพื่อประเมินว่าควรตัดแต่งลดเหลี่ยมมุมของกระดูกมากน้อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม
                สำหรับการผ่าตัดกราม วิธีแรกเป็นการผ่าตัดภายนอกช่องปากโดยผ่านผิวหนังบริเวณมุมกรามโดยตรง ส่วนอีกวิธีจะผ่าตัดในช่องปากโดยซ่อนแผลไว้บริเวณซอกเหงือกด้านหลังฟันซี่สุดท้าย
                มาดูการผ่าตัดภายนอกช่องปากกันก่อน วิธีนี้จะเปิดแผลโดยตรงบริเวณมุมกรามเข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นเลื่อยเล็ก ๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ แม้วิธีนี้จะฟังดูง่าย หลังผ่าตัดอาการบวมก็มีน้อยและแทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก แต่ปัจจุบันความนิยมกลับลดน้อยลงเนื่องจากมีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้ชั่วคราว และที่สำคัญคือจะมีรอยแผลผ่าตัด (ประมาณ 2-3 ซม.) ทั้ง 2 ข้าง
                ส่วนการผ่าตัดภายในช่องปาก แม้จะต้องอาศัยความชำนาญและเครื่องมือพิเศษที่สามารถเลื่อยกระดูกที่ต้องการตัดแต่งได้ในซอกแคบ ๆ กว่าวิธีแรก แต่นั่นมิใช่อุปสรรคสำหรับศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ที่สำคัญวิธีนี้จะผ่าโดยผ่านซอกเหงือกด้านหลังฟันกรามไปยังมุมกระดูกขากรรไกร จึงไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก อีกทั้งสามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็นทำให้ได้กระดูกกรามที่โค้งเนียนขึ้นครับ
                การผ่าตัดกรามจากภายในช่องปากจะมีอาการบวมโดยเฉพาะในช่วง 5-10 วันแรก ก็ไม่ต้องตกใจเพราะถือเป็นเรื่องปกติ โดยระยะแรกที่มีอาการบวมมักจะอ้าปากไม่ได้มากเนื่องจากมีความตึงตัวของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ต่อมาอาการบวมจะค่อย ๆ ทุเลาลงก็จะอ้าปากได้มากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อป้องกันข้อต่อเกิดอาการฝืด ควรหมั่นอ้าปากเพื่อขยับข้อต่อขากรรไกรบ่อย ๆ
                นอกจากนั้นในช่วง 3-4 วันแรก อาจมีอาการปวดแผลบ้าง บางรายอาจมีอาการหูอื้อเล็กน้อย เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างผ่าตัด ก็ไม่ต้องตกใจเพราะจะเป็นอยู่ชั่วคราว หลังจากนั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ ใบหน้าก็จะเริ่มยุบบวมและเข้าที่ จนกระทั่งได้รูปทรงใบหน้าตามต้องการ ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หลังผ่าตัดครับ
                แม้ว่าการผ่าตัดกรามจะช่วยแก้ไขรูปหน้าได้อย่างที่ต้องการ แต่กระนั้นก็ต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญจริง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนานะครับ

บริการให้คำแนะนำการรักษา นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี

ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ