วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

ส่วนลดพิเศษยันฮี เสริมหน้าอก เสริมนม เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ เสริมหน้าอกอเมริกา ติดต่อจิ(ยันฮี)






เสริมหน้าอก เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ โรงพยาบาลยันฮี

เป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ความเป็นสตรีเพศและช่วยเพิ่มความงามของร่างกายได้อีกจุดหนึ่ง การมีหน้าอกที่สวยงามได้ขนาดพอเหมาะยังเป็นส่วนเพิ่มความมั่น ใจในการใช้ชีวิตในสังคม การผ่าตัดเสริมทรวงอกจึงเป็นการผ่าตัดที่นิยมและถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านเทคนิคและวัสดุที่ใช้ในการเสริมหน้าอก ปัจจุบันสามารถทำได้อย่างปลอดภัย  และผลการรักษาก็เป็นที่พึงพอใจสูง

ราคาเสริมหน้าอก เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ รพ.ยันฮี
- เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนมาตรฐานทั่วไป              ราคา   60,000  บาท (พัก รพ. 1 คืน)
- เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ               ราคา   80,000  บาท  (พัก รพ. 1 คืน)
เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนชนิดพิเศษ (ไม่ต้องนวด)  ราคา   95,000 บาท  (พัก รพ. 1 คืน)
กรณีเสริมหน้าอกซิลิโคน ทรงหยดน้ำ                       ราคา 125,000 บาท   (พัก รพ.1-2คืน)

*** สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาเสริมหน้าอกที่รพ. นั้น  ถ้าอยู่ในช่วงที่ให้นมบุตรหรือมีน้ำนมอยู่  ยังไม่สามารถที่จะทำการผ่าตัดได้  เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ  ซึ่งถ้าลูกค้าต้องการมาทำก็สามารถเข้ามารับยาหยุดน้ำนมได้

การดูแลหลังการผ่าตัด
                - จะมีการนัดตรวจซ้ำหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก 7 วัน  ซึ่งแพทย์จะนัดมาตรวจหน้าอก เพื่อดูผลแผลที่ทำการผ่าตัด  และตัดไหม 
                - แต่การดูแลที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่คนไข้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ การนวดหน้าอก ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายจะสร้างพังผืดมาล้อมตัวถุงนมเทียมไว้เสมอ หาก ถูกล้อมไว้จนแคบเกินไปหน้าอกอาจจะเกิดอาการตึงแข็งได้หรือบางครั้งมีการบิดเบี้ยวของเต้านม
                - ดังนั้นแพทย์จึงมักจะกำชับให้คนไข้หมั่นนวดคลึงหน้าอก เพื่อให้ถุงนมนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลาเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวและทำให้เต้านมสวยงามเป็นธรรมชาติ โดยการนวดนั้นควรต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี


แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน
·       หย่อนมาก ค่ารักษา 58,000 บาท (นอน รพ. 2 คืน)
·       ลดขนาดหน้าอก ค่ารักษา 65,000 บาท (นอน รพ. 3 คืน)




วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

แนะนำ การกำจัดขนถาวร กำจัดขนรักแร้ กำจัดขนหน้าแข้ง มอบส่วนลดสูงสุด รพ.ยันฮี


กำจัดขนถาวร กำจัดขนรักแร้ กำจัดขนหน้าแข้ง กำจัดหนวด เครา จอน บิกินี่ เลเซอขน
แม้ว่าขน’  จะเป็นสิ่งที่มีมาตามธรรมชาติจนหลายท่านเห็นเป็นเรื่องธรรมดา  แต่สำหรับผู้ที่รักสวยรักงามแล้วคงจะไม่เห็นด้วยเป็นแน่ เนื่องจากขนทำให้ผิวพรรณขาดความเนียนเรียบ  ดูไม่เกลี้ยงเกลาสะอาดตา  ยิ่งในรายที่มีขนดกรุงรังยิ่งแลดูไม่สวยงาม จนบั่นทอนความมั่นใจในตนเองได้
การเตรียมตัวก่อนทำจะต้องหยุดกำจัดขนด้วยตนเองไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็ตามแล้วปล่อยให้ขนขึ้นตามธรรมชาติอย่างเต็มที่ระยะหนึ่งหรือนานที่สุดเท่าที่จะทนไหว เพราะโดยหลักการของการกำจัดขนถาวร แพทย์ควรจะเห็นขนอยู่ในรากก่อนจึงจะทำให้การกำจัดขนเกิดผลสูงสุด
                การกำจัดขนแบบถาวร นิยมทำมีกัน 2 วิธี ดังนี้
                วิธีแรก แพทย์จะใช้เข็มเล็ก ๆ สอดเข้าไปที่รูขุมขน หรือบางคนเรียกว่า จี้ไฟฟ้า หรือจี้ด้วยคลื่นวิทยุ แต่มีหลักการอย่างเดียวกันคือ การใช้ปฏิกิริยาทางเคมีหรือความร้อน หรือผสมผสานทั้ง 2 วิธีเข้าด้วยกันเพื่อทำลายรากขน โดยทั่วไปใช้การประคบเย็นเพื่อทำให้ชา ยกเว้นบางบริเวณอาจให้ยาชาทาหรือฉีดเสริม วิธีนี้สามารถใช้กำจัดขนถาวรได้ 100% แต่ต้องทำจำนวนครั้งมากพอ (ครั้งเดียวไม่หมดแน่นอน) ขนที่มีมาใหม่นั้นเป็นขนที่ซ่อนอยู่ไม่ได้โผล่ขึ้นมาทำให้กำจัดได้ไม่หมดในครั้งก่อน ส่วนขนเดิมที่ได้กำจัดออกไปแล้ว จะไม่ขึ้นมาใหม่อีก
                วิธีที่สอง การใช้เลเซอร์กำจัดขน ซึ่งแพทย์จะใช้ครีมทาให้ชาก่อนทำ สามารถกำจัดขนได้บางส่วนแต่ไม่หมดไปถาวร อาจกำจัดได้เพียง 60-80% แม้ว่าจะทำซ้ำหลายครั้ง แต่มีข้อดีคือไม่เจ็บ ขนที่เหลือเส้นจะเล็กลง บางลง สีจางลง การงอกขึ้นมาใหม่จะช้าลง หลังกำจัดไปช่วงแรกๆ จะดูเหมือนไม่มีขนเหลืออยู่ ต่อมาจึงค่อยๆ มีขึ้นมาให้เห็นอีก
                ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ใช้ในการทำมักขึ้นกับตำแหน่งที่ต้องการกำจัดขน เนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีความหนาแน่นของขนไม่เท่ากัน
                ในคนปรกติทั่วไป ภายหลังการกำจัดขนอาจมีตุ่มแดงๆ เล็กน้อยขึ้นมาประมาณ 1-2 วันแล้วจางหายไป ในบางรายอาจเกิดรอยช้ำจากการสอดเข็มหรือมีสะเก็ดแผลเล็กๆ ซึ่งจะหายไปในเวลา 1-2 วันเช่นเดียวกัน ผู้รับการรักษาสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปรกติ แต่ไม่ควรว่ายน้ำหรือเล่นน้ำทะเลหลังทำประมาณ 2-3 วัน หรือใช้แปรง ฟองน้ำไปขัดถูบริเวณที่เพิ่งกำจัดขนไป
                ผลดีของการกำจัดขน ภายหลังการกำจัดขนถาวร นอกจากจะได้ผิวที่สะอาดเกลี้ยงเกลาอย่างที่ต้องการแล้ว ในบางบริเวณ เช่น รักแร้ จะมีผลพลอยได้ตามมาด้วย กล่าวคือ ตุ่มนูนที่เคยเกิดขึ้นจากการกำจัดขนด้วยการถอนจะค่อยๆ ลดขนาดลงหรือยุบหายไป เนื่องจากการที่ขนน้อยลงหรือไม่มีเลยทำให้ไม่มีความจำเป็นในการถอนขนด้วยตนเอง จึงไม่เกิดการกระตุ้นต่อมในบริเวณนั้น นอกจากนั้นกลิ่นและรอยคล้ำใต้วงแขนจะลดและจางลงไป เนื่องจากการที่ขนถูกกำจัดหมดไปทำให้การสะสมของเหงื่อที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นลดลง และการกำจัดรากขนจะทำลายต่อมกลิ่นไปด้วยบางส่วน ดังนั้นความจำเป็นที่ต้องใช้ลูกกลิ้งน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดรอยคล้ำก็จะลดลงตามไปด้วย
                โดยปรกติแล้วการกำจัดขนแบบถาวรในคนปรกติทั่วไปไม่มีข้อห้ามใด ๆ ในการทำ ยกเว้นคนที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เพราะวิธีการกำจัดขนโดยใช้เข็มนั้น อาจจะทำให้เกิดรอยถลอกที่ผิวหนัง แม้ว่าจะเป็นเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถเป็นช่องทางที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ผิวหนังในบริเวณนั้นได้




สอบถามข้อมูล ราคากำจัดขนเพิ่มเติม นัดหมายแพทย์ ทำประวัติ รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี

ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ  www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

แนะนำ การศัลยกรรมตัดกราม เหลากราม โรงพยาบาลยันฮี พร้อมมอบสิทธิพิเศษ


ศัลยกรรม ตัดกรามเพื่อแก้ไขรูปหน้าเรียวสวย
                ความนิยมเกี่ยวกับรูปหน้าเรียวเล็กนั้นไม่เคยตกสมัย แต่สาว ๆ ที่มีใบหน้าส่วนล่างบานกว้างเป็นเหลี่ยมก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจไป เพราะปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขด้วยการผ่าตัดตกแต่งมุมกรามทำให้เหลี่ยมที่กว้างใหญ่เล็กลง ใบหน้าจึงดูแคบเรียวและอ่อนโยนขึ้นครับ
                ปัจจุบัน การผ่าตัดกรามให้เล็กลงนิยมทำกันมากขึ้น วิธีการนั้นค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนักและได้ผลดี แต่ก่อนจะพูดถึงขั้นตอนการทำ มาทำความเข้าใจโครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้หน้าดูกว้างกันก่อน
                โครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้หน้าดูกว้างประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนมุมของกระดูกขากรรไกรล่างยื่นออก และ กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารที่เกาะบนส่วนมุมนั้นหนาตัวกว่าปกติ แต่ใช่ว่าในการผ่าตัดแพทย์จะตัดแต่งทั้งสองส่วนดังกล่าวไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะตัดแต่งเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกยื่นเท่านั้น เพราะกล้ามเนื้อที่เกาะอยู่จะหดตัวเล็กลงได้เองในภายหลัง จึงไม่จำเป็นต้องตัดแต่งอีก
                สำหรับการผ่าตัดกรามให้เล็กลงโดยทั่วไปมีด้วยกัน 2 วิธี แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีใด เริ่มแรกผู้มารับการรักษาจะต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูโครงสร้างของกระดูกขากรรไกรเสียก่อน เช่น ความหนา ความสูง รวมถึงความสมดุลของกระดูก เพื่อประเมินว่าควรตัดแต่งลดเหลี่ยมมุมของกระดูกมากน้อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม
                สำหรับการผ่าตัดกราม วิธีแรกเป็นการผ่าตัดภายนอกช่องปากโดยผ่านผิวหนังบริเวณมุมกรามโดยตรง ส่วนอีกวิธีจะผ่าตัดในช่องปากโดยซ่อนแผลไว้บริเวณซอกเหงือกด้านหลังฟันซี่สุดท้าย
                มาดูการผ่าตัดภายนอกช่องปากกันก่อน วิธีนี้จะเปิดแผลโดยตรงบริเวณมุมกรามเข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นเลื่อยเล็ก ๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ แม้วิธีนี้จะฟังดูง่าย หลังผ่าตัดอาการบวมก็มีน้อยและแทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก แต่ปัจจุบันความนิยมกลับลดน้อยลงเนื่องจากมีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้ชั่วคราว และที่สำคัญคือจะมีรอยแผลผ่าตัด (ประมาณ 2-3 ซม.) ทั้ง 2 ข้าง
                ส่วนการผ่าตัดภายในช่องปาก แม้จะต้องอาศัยความชำนาญและเครื่องมือพิเศษที่สามารถเลื่อยกระดูกที่ต้องการตัดแต่งได้ในซอกแคบ ๆ กว่าวิธีแรก แต่นั่นมิใช่อุปสรรคสำหรับศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ที่สำคัญวิธีนี้จะผ่าโดยผ่านซอกเหงือกด้านหลังฟันกรามไปยังมุมกระดูกขากรรไกร จึงไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก อีกทั้งสามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็นทำให้ได้กระดูกกรามที่โค้งเนียนขึ้นครับ
                การผ่าตัดกรามจากภายในช่องปากจะมีอาการบวมโดยเฉพาะในช่วง 5-10 วันแรก ก็ไม่ต้องตกใจเพราะถือเป็นเรื่องปกติ โดยระยะแรกที่มีอาการบวมมักจะอ้าปากไม่ได้มากเนื่องจากมีความตึงตัวของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ต่อมาอาการบวมจะค่อย ๆ ทุเลาลงก็จะอ้าปากได้มากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อป้องกันข้อต่อเกิดอาการฝืด ควรหมั่นอ้าปากเพื่อขยับข้อต่อขากรรไกรบ่อย ๆ
                นอกจากนั้นในช่วง 3-4 วันแรก อาจมีอาการปวดแผลบ้าง บางรายอาจมีอาการหูอื้อเล็กน้อย เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างผ่าตัด ก็ไม่ต้องตกใจเพราะจะเป็นอยู่ชั่วคราว หลังจากนั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ ใบหน้าก็จะเริ่มยุบบวมและเข้าที่ จนกระทั่งได้รูปทรงใบหน้าตามต้องการ ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หลังผ่าตัดครับ
                แม้ว่าการผ่าตัดกรามจะช่วยแก้ไขรูปหน้าได้อย่างที่ต้องการ แต่กระนั้นก็ต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญจริง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนานะครับ

บริการให้คำแนะนำการรักษา นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี

ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

แนะนำข้อมูลการศัลยกรรมตกแต่งถุงไขมันใต้ตา ตาล่าง รอยย่นใต้ตา โรงพยาบาลยันฮี




ผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา ตาล่าง โรงพยาบาลยันฮี
          ถุงไขมันใต้ตาเกิดจากการป่องนูนของไขมันบริเวณใต้ดวงตา ซึ่งปกติจะถูกกั้นไว้ด้วยกล้ามเนื้อเปลือกตาที่แข็งแรงทำให้ดูเรียบตึง แต่ด้วยปัจจัยต่าง ๆ หลายประการ เป็นต้นว่า การขาดการดูแล ความเครียด และวัยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ไขมันส่วนนี้ค่อย ๆ นูนพองออกมาทีละน้อย ๆ จนเห็นได้ชัดขึ้นทุกที
         การผ่าตัดลดถุงไขมันใต้ตาถือเป็นการผ่าตัดที่เล็ก ถ้าร่างกายไม่มีปัญหาสุขภาพใด ๆ สามารถผ่าตัดได้เลยในวันที่ไปพบแพทย์ โดยก่อนผ่าตัดแพทย์จะตรวจสภาพของถุงไขมันใต้ตาเพื่อวางแผนการรักษา สิ่งที่ควรพกติดตัวมาด้วยก็คือ แว่นกันแดด เพื่อใช้อำพรางดวงตาหลังผ่าตัด และทางที่ดีไม่ควรขับรถเองเพราะหลังผ่าตัดการใช้สายตายังไม่สะดวกมากนัก
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด
          1.  ตรวจเช็คสุขภาพตนเองว่าไม่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบการหยุดเลือด ทำให้เลือดออกมากผิดปกติ หรือเลือดหยุดยาก
          2.  งดบุหรี่ 1 เดือน และงดแอลกอฮอล์ 1วัน ก่อนการผ่าตัด ตาล่าง หรือศัลยกรรมถุงไขมันใต้ตา
          3.  งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุง เช่น แอสไพริน และวิตามินอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามินอี  น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด
          4.  งดน้ำงดอาหารก่อนการผ่าตัด 6 – 8  ชั่วโมง
ขั้นตอนการผ่าตัดตาล่าง หรือถุงไขมันใต้ตา โรงพยาบาลยันฮี
                เริ่มจากแพทย์จะใช้ยาชาฉีดบริเวณผนังเปลือกตาล่าง ร่วมกับการใช้ยานอนหลับอย่างอ่อน ๆ จากนั้นแพทย์จะผ่าเปิดผิวหนังเป็นลักษณะเส้นยาวตรงบริเวณหนังตาล่างที่อยู่ขอบใต้ขนตา เพื่อตัดเอาถุงไขมันส่วนเกินที่อยู่ภายใต้หนังตาล่างออก แล้วจึงตัดเย็บกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณเปลือกตาล่างที่หย่อนให้เรียบตึง จากนั้นเย็บปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็กโดยซ่อนรอยเย็บเอาไว้ด้วยการเย็บให้ชิดกับขนตาล่าง ซึ่งเมื่อแผลหายสนิทแล้วแทบจะไม่สามารถสังเกตเห็นรอยแผลได้เลย ส่วนเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดก็เพียงแค่ 45-60 นาทีเท่านั้น และหลังผ่าตัดแพทย์จะให้นอนพักฟื้นราว ๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ยาชาและยานอนหลับหมดฤทธิ์เสียก่อนจึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้
                หลังผ่าตัด สิ่งที่ควรปฏิบัติก็คือ หมั่นประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยเฉพาะในช่วง 2 วันแรกหลังผ่าตัด รวมถึงนอนยกศีรษะสูงไว้ เพื่อลดอาการบวมจากการคั่งของเลือดและของเหลวภายใน รับประทานยาแก้อักเสบ ยาลดบวม และทายาขี้ผึ้งเคลือบที่แผลตามแพทย์สั่ง ควรงดการใช้สายตาในช่วงแรก ๆ เช่น การดูทีวีหรืออ่านหนังสือ เพราะอาจทำให้แผลอักเสบและหายช้าได้ ในรายที่ใส่คอนแทคเลนส์ให้เปลี่ยนไปสวมแว่นแทนในช่วงสัปดาห์แรกหรือจนกว่าจะหายบวม เนื่องจากการดึงเปลือกตาเพื่อใส่คอนแทคเลนส์อาจทำให้แผลผ่าตัดแยกได้

                แม้ว่าการผ่าตัดลดถุงไขมันใต้ตาจะเป็นการผ่าตัดที่ไม่ยุ่งยากอะไร แต่ก็ควรทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การเกิดหนังตาปลิ้น แทนที่คุณจะได้เปลือกตาล่างที่เรียบสวยสมดังใจ กลับต้องมาตามแก้ปัญหาไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการผ่าตัดก็คงเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจได้ไม่น้อย ฉะนั้น อย่าเสี่ยงโดยไม่จำเป็นเลย




สอบถามข้อมูล ส่วนลดยันฮี การศัลยกรรมผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา ตาล่าง
ติดต่อ จิ(ยันฮี)  084-1463327
หรือส่งคำถามมา พร้อมแจ้งชื่อ - นามสกุลและเบอร์ติดต่อกลับมาที่
e-mail  :  jay-beauty@hotmail.com



วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

แนะนำการศัลยกรรม ผ่าตัดหน้าอกทอม ผ่าตัดหน้าอกผู้ชาย ดูดไขมันหน้าอก โรงพยาบาลยันฮี



การศัลยกรรม ผ่าตัดหน้าอก หรือการผ่าตัดเนื้อเต้านมออก โรงพยาบาลยันฮี
        ศัลยกรรมตัดหน้าอก เป็นการตัดเนื้อเต้านมออกทั้งหมดและปรับแต่งผิวหนังส่วนเกินให้ราบเรียบลงไปเช่นเดียวกับหน้าอกของผู้ชายทั่วไป ทั้งนี้ มีแนวทางในการผ่าตัดเต้านมออกที่ใช้กันอยู่ใน รพ.ยันฮี มีวิธีทำ 2 วิธีหลัก ๆ ได้แก่

     วิธีที่ 1.  การผ่าตัดโดยผ่าตัดเข้าที่บริเวณปานนม (แผลเป็นที่ปานนม)     การผ่าตัดวิธีนี้จะเลือกเฉพาะผู้ป่วยที่มีขนาดหน้าอกเล็กและผิวหนังบริเวณหน้าอกไม่ได้หย่อนยานเกินความเป็นไปได้ของผิวหนังที่จะหดตัวลงไปได้ไม่ช้า โดยมากแล้วขนาดของเต้านมของผู้ป่วยมักมีขนาด Cup ประมาณ Cup A ถึง B วิธีนี้เป็นที่นิยมของคนไข้เนื่องจากแผลเป็นมีน้อย และมักจะซ่อนแผลได้ดีในระยะยาวมักจะมองไม่ค่อยเห็น แต่ทั้งนี้บางครั้งการหดตัวของผิวหนังไม่สม่ำเสมอ รวมกับผิวหนังที่ค่อนข้างหย่อนก็จะมีปัญหาผิวหนังเต้านมเกินได้ในบางราย วิธีนี้จะใช้ระยะเวลารักษาตัวไม่นานก็จะยุบตัวและแบนราบในที่สุด
      วิธีที่2. การผ่าตัดโดยการตัดผิวหนังของเต้านมออกร่วมด้วย  (แบบแผลรูป T scar)    การผ่าตัดวิธีนี้จะเลือกใช้กับผู้ป่วยที่มีขนาดของเต้านมค่อนข้างโตและมีผิวหนังค่อนข้างเหลือมาก การตัดเต้านมออกโดยการเอาเฉพาะเต้านมออกจะมีผิวหนังที่เหลือและจะห้อยตัวลงมาแทนจะเกิดสภาพเต้านมที่ไม่เรียบเหมือนของผู้ชาย และการแก้ไขจะทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นจะต้องตัดหนังของหน้าอกออกไปและเย็บให้เรียบ และจะต้องมีการเปลี่ยนตำแหน่งของปานนมและหัวนมด้วย (nipple and areolar graft) ผลจากการผ่าตัดด้วยวิธีนี้จึงทำให้ผู้ป่วยจะต้องมีแผลเป็นเกิดขึ้นบนหน้าอกเป็นรูปสมอเรือ (inverted T-shaped scar) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ความรู้สึกของหัวนมจะลดลงกว่าวิธีที่ 1 (ผ่าที่ปานนม) และการหายของแผลจะใช้เวลานานกว่าวิธีที่ 1
  
การดูแลแผลสำหรับการผ่าตัดหน้าอก
     1.  หลังการผ่าตัดจะมีผ้าพันหน้าอกและสายระบายเลือดน้ำเหลืองออกจากหน้าอกข้างละ 1 เส้นเพื่อระบายเลือด น้ำเหลืองออกจากหน้าอกเพื่อให้หน้าอกเรียบและป้องกันการเกิดอาการเลือดคั่ง สายระบายแพทย์จะติดอยู่กับตัวจนกว่าปริมาณน้ำเหลืองและเลือดออกน้อยลงจึงจะทำการถอดสายออกให้ ทั้งนี้ส่วนใหญ่แพทย์จะถอดออกให้ก่อนที่ผู้ป่วยจะกลับบ้าน แต่ในบางรายแพทย์ถ้าปริมาณน้ำเหลืองหรือเลือดยังไหลอยู่อาจจะให้สายระบายติดตัวกลับไปด้วย แล้วนัดมาถอดออกภายหลัง
     2.  แพทย์จะนัดตัดไหมภายในระยะเวลา 1 – 2 สัปดาห์ หลังจากตัดไหมแล้วแพทย์จะปิดพลาสเตอร์ที่บริเวณรอยเย็บเพื่อทำให้แผลหายสนิทและป้องกันการแยกของแผล หลังจากการผ่าตัดประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ถึงจะสามารถให้แผลโดนน้ำได้แต่ไม่ควรถูหรือขัดบริเวณแผลผ่าตัดเพระอาจทำให้แผลแยกได้ กรณีมีเลือดหรือน้ำเหลืองซึมออกจากแผลควรกลับมาให้แพทย์ดู
     3.  กรณีการผ่าตัดแบบ T- Scar แผลที่หัวนมและปานนมเป็นแผลที่เกิดจากการย้ายตำแหน่งหัวนมใหม่ซึ่งจะเป็นการปลูกหนังหัวนม แผลจะหายช้ากว่าการผ่าตัดเย็บแผลแบบธรรมดา ในระยะหลังการผ่าตัดจึงไม่ควรให้แผลถูกน้ำและไม่ควรกระทบกระเทือนบริเวณปานนม จึงควรปิดแผลไว้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแผล ยกเว้นแผลมีการอาการแฉะหรือมีน้ำเหลืองซึมออกมามากควรรีบกลับไปให้แพทย์ล้างแผลและเปลี่ยนแผลให้
     4.  แผลเป็นที่ปานนมจะมีสีดำคล้ำในระยะเวลา 1 เดือนแรก ส่วนแผลเป็นจากการผ่าตัดจะมีการแข็ง นูนแดงได้ในระยะแรก แต่ถ้าหากแผลเป็นมีการนูนแข็งตัวและขยายตัวใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม อาจจะเกิดจากการเกิดแผลคีลอยด์(keloid) ซึ่งอาจจะต้องมีการรักษาต่อเนื่อง
     หลังการผ่าตัดหน้าอกสำหรับผู้ทีต้องการแก้ไขหน้าอกที่ยังไม่สวยหรือแผลเป็นที่มีปัญหา ควรจะประเมินหลังจากการผ่าตัดเต้านมประมาณ 6 – 12 เดือนขึ้นไป เพื่อให้แผลเป็นเดิมหายสนิทและไม่มีการเปลี่ยนแปลงเสียก่อนซึ่งทั้งนี้แพทย์จะผ่าตัดให้คำแนะนำเป็นระยะๆ ในการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม



www.jay-beauty.com




สอบถามข้อมูลการผ่าตัดนม ศัลยกรรมตัดหน้าอก ผ่าตัดเต้านมทอม ราคาตัดเต้านม โรงพยาบาลยันฮี
รับสิทธิส่วนลดโรงพยาบาลยันฮี
ติดต่อจิ(ยันฮี) 084-1463327 หรือ www.jay-beauty.com
หรือ E-MAIL : jay-beauty@hotmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

แนะนำ การผ่าตัดศัลยกรรมลักยิ้ม แก้มบุ๋ม โรงพยาบาลยันฮี



การผ่าตัดศัลยกรรม ลักยิ้ม แก้มบุ๋ม หรือ ทำลักยิ้ม

                รอยยิ้มที่ประดับด้วย ลักยิ้ม เป็นอีกเสน่ห์ที่หน้าชวนมอง ปัจจุบัน การผ่าตัดทำลักยิ้ม กำลังเป็นที่นิยม ทุกเพศ ทุกวัย อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของการศัลยกรรมตกแต่งในปัจจุบัน ได้เข้ามาช่วยให้การผ่าตัดสร้างลักยิ้มที่สามารถเลียบแบบธรรมชาติได้อย่างแนบเนียนและถาวร
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด ลักยิ้ม ที่โรงพยาบาลยันฮี
     1.  ตรวจร่างกายว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ เช่น โรคความดัน , โรคเบาหวาน, หรือโรคที่เกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือด ก่อนการผ่าตัด ลักยิ้มควรแจ้งให้แพทย์ที่ผ่าตัดทราบถึงประวัติโรคประจำตัวของเราด้วย
2.  ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในบริเวณที่มีการเสี่ยงต่อการติดเชื่อ เช่น สิวอักเสบ ควรรักษาให้หายก่อนเข้ารับการผ่าตัด ลักยิ้ม
3.  ควรงดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงก่อนการผ่าตัด 7 – 10 วัน เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม และควรงดยาที่มีผลต่อการหยุดเลือด เช่น Ibuprofen , Diclofenac ฮอร์โมน ก่อนและหลังการผ่าตัดลักยิ้ม อย่างน้อย 1 – 2
4.  ควรงดสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัด 4 สัปดาห์ และงดดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนการผ่าตัด ลักยิ้ม 1 สัปดาห์
การผ่าตัดลักยิ้ม มี 2 แบบ
     -  ลักยิ้ม ลักษณะ แบบจุด จะเป็นรอยบุ๋มเป็นจุดเล็กๆ
     -  ลักยิ้ม ลักษณะ แบบขีด จะเป็นรอยขีดแนวตั้ง ประมาณ ครึ่งเซนติเมต
ขั้นตอนการผ่าตัดลักยิ้ม
การผ่าตัดสร้างลักยิ้ม เริ่มจากแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่หรืออาจให้ยาคลายกังวลร่วมด้วย จากนั้นแพทย์จะเปิดแผลที่กระพุ้งแก้มด้านในตรงตำแหน่งที่กำหนดไว้ แล้วจึงตัดกล้ามเนื้อบางส่วนจากภายในกระพุ้งแก้ม ก่อนจะเย็บกล้ามเนื้อที่เหลือเข้ากับผิวหนังของแก้มเพื่อสร้างรอยต่อของกล้ามเนื้อและผิวหนัง เมื่อเรียบร้อยแล้วแพทย์จึงจะเย็บแผลภายในกระพุ้งแก้มปิดด้วยไหมละลายประมาณ 1-2 เข็ม เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้รอยบุ๋มของลักยิ้มตามต้องการ
การดูแลหลังผ่าตัดลักยิ้ม
              หลังการผ่าตัดลักยิ้ม แผลทางช่องด้านในปาก ในระยะแรกควรงดอาหารที่มีรสจัด หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณแผลผ่าตัดรวมถึงรับประทานยาแก้อักเสบตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการอักเสบของแผลหรือแผลแยกก่อนเวลา
           ภายหลังการผ่าตัดลักยิ้มจะมีรอยบุ๋มเกิดขึ้นตลอดเวลาแม้จะไม่ได้ยิ้มก็ตาม จะเป็นเรื่องปกติในระยะ 1 – 3 เดือนแรก เนื่องจากพังผืดยังไม่คลายตัว เมื่อพังผืดคลายตัวแล้ว ทีนี้รอยบุ๋มของ ลักยิ้ม ก็จะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่ยิ้มเท่านั้น



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อจิ(ยันฮี) 084-1463327   www.jay-beauty.com
หรือส่งคำถาม พร้อมแจ้งชื่อ - นามสกุล มาที่ 
e-mail  :  jay-beauty@hotmail.com

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

ข้อมูลการเสริมจมูก เสริมดั้ง โรงพยาบาลยันฮี


การศัลยกรรมเสริมจมูก

           การศัลยกรรมเสริมจมูก หรือ เสริมดั้ง ในปัจจุบัน กำลังเป็นที่นิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูกสำหรับผู้หญิง หรือแม้กระทั่ง เสริมจมูกสำหรับผู้ชาย  แต่ก็มีบางท่านที่ยังกลัว ๆ กล้า ๆ  อยากสวยก็อยากแต่กลัวเจ็บ กลัวทำออกมาแล้วไม่ดี มีปัญหา สารพัดจะกลัว จริง ๆ กลัวไว้บ้างก็ดีจะได้ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าไปทำกับสถานบริการที่ขาดมาตรฐาน
การเตรียมความพร้อม หรือการเตรียมตัวก่อนการศัลยกรรมผ่าตัดเสริมจมูก
         ขั้นที่ 1 เริ่มต้นที่อายุ ผู้ที่จะเสริมจมูกได้ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป ถ้าใครที่อายุไม่ถึงก็อดใจรอศึกษาข้อมูลแพทย์ ศึกษาข้อมูลโรงพยาบาลไปก่อน
          ขั้นที่ 2 ตรวจเช็คสุขภาพตนเองว่าไม่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบการหยุดเลือด ทำให้เลือดออกมากผิดปกติ หรือเลือดหยุดยาก
          ขั้นที่ 3 ในกรณี ที่เป็นไซนัสอักเสบเป็นหนอง หรือเป็นหวัดมีน้ำมูก เกิดสิวอักเสบบริเวณจมูก เป็นต้น ควรรักษาอาการติดเชื้อให้ดีก่อนทำ
          ขั้นที่ 4 งดบุหรี่ 1 เดือน และงดแอลกอฮอล์ 1วัน ก่อนการผ่าตัด เสริมจมูก
          ขั้นที่ 5 งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุง เช่น แอสไพริน และวิตามินอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามินอี  น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด
          ขั้นที่ 6 ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก
          ขั้นที่ 7 เตรียมทรงจมูกในฝัน หรือนำรูปทรงจมูกที่อยากได้มาให้แพทย์ดู บางคนอยากเสริมจมูกแบบนั้น อยากได้ทรงนี้ แต่ไม่บอกให้แพทย์ทราบระวังผลออกมาอาจจะไม่ได้ดั่งใจเรานะ
          ขั้นที่ 8 เตรียมความพร้อมของร่างกายพักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมสภาวะจิตใจให้พร้อม และควรศึกษาข้อมูลผลข้างเคียงหลังผ่าตัด เพราะหลังผ่าตัดจะได้ไม่ต้องกังวลมาก
เสริมจมูก...ด้วยซิลิโคน
          สำหรับวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก ส่วนมากแพทย์จะเลือกใช้ ซิลิโคนแท่ง (Silicone) ข้อดีของซิลิโคนแท่งซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ (Synthetic prothesis) ก็คือ จะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก ทำให้ร่างกายสามารถรับและห่อหุ้มแท่งซิลิโคนให้ยึดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ดี
ขั้นตอนการผ่าตัด เสริมจมูก
          การผ่าตัดเสริมจมูกมีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ก่อนทำแพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้น เพื่อลดความวิตกกังวล และฉีดยาชารอบจมูกจะได้ไม่รู้สึกเจ็บด้วย จากนั้นจะเปิดแผลผ่าตัด และใส่ซิลิโคนที่ตกแต่งเป็นอย่างดีแล้วหลังตรวจสอบความเรียบร้อยแพทย์จะเย็บปิดแผล ตามด้วยพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูกเพื่อป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวมหลังเสริมจมูกแพทย์จะให้นอนพักราว 1 ชม. เพื่อให้ยานอนหลับหมดฤทธิ์ดีเสียก่อน จึงจะกลับบ้านได้
อาการหลังการผ่าตัดเสริมจมูก
          หลังผ่าตัดอาการบวมจะประมาณ 2-3 วันแรก ช่วงนี้อยากเน้นให้ประคบความเย็นบ่อยๆ เพื่อลดอาการบวมและเพื่อให้เลือดหยุดไหล หลังจากอาการบวมเริ่มยุบ หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นแทน, นอนศีรษะสูง, ในช่วง 2 สัปดาห์แรกให้หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และกลับมาพบแพทย์ตามนัด

          โดยทั่วไป การเสริมจมูกจะเข้าที่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ในช่วงนี้ให้ระมัดระวังเรื่องการโดนกระแทก เพราะแท่งซิลิโคนจะถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มจนแน่นและสามารถทนแรงกระทบได้มาก ๆ ต้องใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน



บริการให้คำแนะนำการศัลยกรรมเสริมจมูก นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ  www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รีแพร์ กระชับช่องคลอด ตกแต่งแคม ตกแต่งเลเบีย แก้ไขแคมใหญ่ ตกแต่งเยื่อพรหมจารีย์ แก้ไขปัสสาวะเล็ด โรงพยาบาลยันฮี

 เว็บไซด์เพื่อศัลยกรรมความงาม


ล้วงลึก...เทคนิคการรักษาบริเวณจุดซ่อนเร้นที่คุณอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม
                ผ่าตัดกระชับช่องคลอด  (Vaginoplasty/Posterior Vaginal Repair) หรือ รีแพร์
                การผ่าตัดกระชับช่องคลอด หรือการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยานในช่องคลอด พร้อมทั้งตัดผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดออกเพื่อให้ขนาดหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของช่องคลอดเล็กลง ส่งผลให้ช่องคลอดเล็กลงและกระชับมากขึ้น
                การผ่าตัดกระชับช่องคลอด เป็นการผ่าตัดในรายที่มีการหย่อนของผนังช่องคลอดส่วนหลัง หรือการหย่อนของผนังช่องคลอดส่วนหน้า ซึ่งมีสาเหตุการเกิดเช่นเดียวกัน ได้แก่ การคลอดบุตร ไอเรื้อรัง ท้องผูกเป็นเวลานาน และโรคอ้วน อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ อาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน ท้องผูก มีลมในช่องคลอด หรือมีอาการไม่กระชับขณะมีเพศสัมพันธ์
                รอยนูนภายในช่องคลอดอาจเกิดจากการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้าหรือส่วนหลัง หรือทั้งสองส่วนพร้อมกัน การผ่าตัดต้องอาศัยการเย็บติดเพื่อรวบเนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน โดยมีการใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษร่วมด้วย ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จในการแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนสูงถึง 95%
                กระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้า เกิดขึ้นเมื่อกระเพาะปัสสาวะเคลื่อนลง ซึ่งส่วนมากสามารถมองเห็นได้ อาการปัสสาวะเล็ดอาจเกิดขึ้นได้พร้อมกับการหย่อนคล้อยของกระเพาะปัสสาวะ
                กระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้าอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด การแก้ไขกระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการผ่าตัดผนังช่องคลอดด้านหน้าเป็นการผ่าตัดเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะเคลื่อนกลับเข้าที่ตามปกติ ทั้งนี้การผ่าตัดแก้ไขของเนื้อเยื่อแบบดั้งเดิมโดยการเย็บ เป็นวิธีการที่ไม่นิยมในปัจจุบันเนื่องจากมีอัตราความล้มเหลวถึง 25-60%
                ปัจจุบัน การผ่าตัดประเภทนี้เป็นการผ่าตัดชนิดหนึ่งที่ให้ความท้าทายมากที่สุด นรีแพทย์และศัลยแพทย์ด้านทางเดินปัสสาวะได้พัฒนาการผ่าตัดรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะหย่อน เช่นเดียวกับการเป็นไส้เลื่อน โดยการใช้ตาข่ายพยุง (mesh) เพื่อแปะหรือฝังในผนังช่องคลอดทำให้การผ่าตัดประเภทนี้ประสบความสำเร็จมากขึ้น
                ท่อปัสสาวะเป็นท่อที่ระบายปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะ หรือเป็นส่วนที่คุณสามารถเห็นน้ำปัสสาวะออกมานั่นเอง ตัวท่อปัสสาวะอาจจะหย่อนลงได้เช่นเดียวกับกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดเมื่อไอ หัวเราะ กระโดด หรือก้มโค้ง
                การแก้ไขข้อบกพร่องนี้ คือการใส่แผ่นตาข่ายพิเศษพยุงท่อปัสสาวะเพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำปัสสาวะ ผู้หญิงหลายคนเป็นโรคปัสสาวะเล็ด แต่ไม่อาการของโรคปรากฎแต่อย่างใด การผ่าตัดจึงไม่มีความจำเป็นในผู้ป่วยกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่ออาการของโรคปรากฎขึ้น ก็ได้มีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อคนไข้ด้วย
                วิธีที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุดในการแก้ไขอาการปัสสาวะเล็ด คือการใช้เส้นใยพอลิโพรไพลีน ซึ่งเป็นวัสดุไนลอนเคลือบ วัสดุดังกล่าวจะถูกนำไปวางไว้ตรงกลางใต้ท่อปัสสาวะ ให้ทำหน้าที่เสมือนกระดานรองเมื่อจามหรือไอ เพื่อปิดหรืออุดท่อปัสสาวะ และเพื่อลดหรือหยุดการรั่วไหลของน้ำปัสสาวะ กระบวนการเหล่านี้ถูกเรียกว่า “Tension-Free” เพราะตัวสายคล้องท่อปัสสาวะ (sling) จะไม่ถูกเย็บติดกับกล้ามเนื้อ พังผืด หรือกระดูก แต่จะถูกฝังเส้นใยไว้ภายในใต้ท่อปัสสาวะ คุณอาจจะได้ยินคำว่า TVT-O หรือ TOT ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งเส้นทางที่สายคล้องถูกวาง  หลังผ่าตัดจะไม่มีร่องรอยแผลผ่าตัดให้เห็นเลย
                กรณีสายคล้องแบบ MiniARC เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของการผ่าตัด โดยจะดำเนินการผ่านช่องคลอดโดยการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “short tape” เทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ 80-95 เปอร์เซ็นต์
                การผ่าตัดแคมเล็กเป็นการผ่าตัดส่วนที่ขยายขึ้นของผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเกิน การขยายตัวดังกล่าวทำให้เกิดติ่งเนื้อ รอยย่นและรอยนูนที่น่าอับอาย เพราะสามารถเห็นได้เมื่อใส่ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้ารัดรูป
ภาวะดังกล่าวยังเพิ่มการอุดตันของเหงื่อไคลและกลิ่นอับในช่องคลอด ทั้งนี้แคมเล็กอาจขยายใหญ่ได้ตั้งแต่กำเนิด พันธุกรรมหรือเกิดจากการให้กำเนิดบุตร รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้หญิงหลายคนยังพบว่าการขยายและหย่อนคล้อยของแคมเล็กเกิดขึ้นได้หลังจากการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน เช่น หลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก
                กลีบด้านนอกของปากช่องคลอดสามารถขยายใหญ่ได้ ส่วนที่ขยายเป็นผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเกิน การขยายใหญ่นี้ทำให้เกิดรอยนูนที่น่าอับอาย เพราะสามารถเห็นได้เมื่อใส่ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้ารัดรูป ทั้งยังเป็นการเพิ่มการอุดตันของเหงื่อไคลและกลิ่นอับในปากช่องคลอด
                แคมใหญ่อาจขยายใหญ่ได้ตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากการให้กำเนิดบุตร รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้หญิงหลายคนยังพบว่าการขยายและหย่อนคล้อยของแคมใหญ่เกิดขึ้นได้หลังจากการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน หรือหลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก
                การผ่าตัดจะเป็นการตัดแคมใหญ่ด้านในบางส่วนออกเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว แผลผ่าตัดจะถูกซ่อนบริเวณรอยพับระหว่างแคมใหญ่ด้านในและแคมเล็กด้านนอก
                การผ่าตัดประเภทนี้เป็นการสร้างเยื่อพรหมจารีขึ้นมาใหม่ ปัจจัยทางวัฒนธรรม ศาสนา และสังคม มีผลต่อการพิจารณาทำการผ่าตัดประเภทนี้              
                การผ่าตัดตกแต่งเยื่อพรหมจารีเป็นการผ่าตัดเพื่อตกแต่งบริเวณปากช่องคลอด เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ยังไม่เคยคลอดบุตรแบบธรรมชาติ (ผ่านช่องคลอด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ยังไม่เคยตั้งครรภ์ การผ่าตัดต้องทำอย่างพิถีพิถันในบริเวณปากช่องคลอดและขอบของเยื่อพรหมจารี หลังจากแผลผ่าตัดสมานแล้ว การมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้มีเลือดออกมาได้ เนื่องจากเยื่อพรหมจารีฉีกขาดหรือขยายตัว
                ก้อนเนื้อหรือปุ่มนูนแข็งๆ ในช่องคลอดที่สามารถรู้สึกหรือเห็นได้ มักเป็นก้อนเนื้อหรือปุ่มนูนที่เกิดจากการหย่อนคล้อยของปากมดลูกหรือตัวมดลูกยื่นผ่านทางปากช่องคลอด โดยทั่วไปปัญหาดังกล่าวแก้ไขโดยการผ่าตัดมดลูก หรือการผ่าตัดยกมดลูกหรือปากมดลูกผ่านทางช่องท้องเพื่อลดขนาดของเอ็นที่พยุงปีกมดลูกให้สั้นลง

                พอจะได้ไอเดียกันไปไม่มากก็น้อยนะคะ ใครกำลังประสบปัญหาที่ไม่กล้าบอกใคร อย่าแอบทุกข์ใจอยู่คนเดียวค่ะ ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนรีเวชดู อาจพบคำตอบในการแก้ปัญหาที่ช่วยเปลี่ยนคุณให้สวยจากภายในได้ค่ะ



บริการให้คำแนะนำการรักษา นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนระหว่างการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  
หรือ 
 www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ