วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แนะนำข้อมูล ตกแต่งสะดือ แก้ไขสะดือจุ่น โรงพยาบาลยันฮี



แนะนำข้อมูล ตกแต่งสะดือ แก้ไขสะดือจุ่น โรงพยาบาลยันฮีพร้อมรับส่วนลด ติดต่อจิ(ยันฮี) 0841463327

   ผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง แก้ไขสะดือจุ่น ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด.....

      สะดือ..เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่หลายคนมองข้าม  ลักษณะของสะดือที่ต่างกัน  บางท่านมีลักษณะ ที่มีเนื้อนูนออกมาที่เรียกว่า สะดือจุ่น นั้นเอง  ผู้ชายบางคนอาจจะขาดความมั่นใจในตัวเองในยามที่ต้องถอดเสื้อผ้า หรือผู้หญิงที่ต้องการให้เสื้อผ้าที่โชว์เอว  ซึ่งอาจจะเป็นจุดสนใจกับผู้คนรอบข้างได้
         การผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งสะดือ  เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับท่านผู้ที่มีสะดือจุ่น  ศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งสะดือ เป็นการผ่าตัด ศัลยกรรมแผลเล็ก สามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล 
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดมีดังนี้
        1.  ควรงดน้ำและอาหาร 6-8 ชั่วโมงก่อนทำการ ผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรม  สะดือ
        2.  ควรงดยาวิตามิน อาหารเสริมก่อนผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรม  สะดือ เพราะจะทำให้เลือดแข็งตัวช้า
        3.  ควรเช็ดทำความสะอาดสะดือ ก่อนเข้ามาพบแพทย์ 

ขั้นตอนการเตรียมตัวผ่าตัดตกแต่งสะดือ
          หลังจากพบแพทย์ปรึกษาและตกลงยินยอมทำการผ่าตัดแล้ว  ทางเจ้าหน้าที่จะให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัด
          จากนั้นพยาบาลก็จะพาเราไปที่ห้องผ่าตัดเพื่อเตรียมตัวทำการผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรม สะดือ โดยขั้นตอนแรกคือ การทำความสะอาด สะดือ โดยใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดสะดือเรา  จากนั้นเป็นขั้นตอนการฉีดยานอนหลับชนิดพิเศษ ที่มีผลออกฤทธิ์  จะออกฤทธิ์ ประมาณ10-15นาที จะทำให้เราหลับไปสักพัก ระหว่างนั้นหมอจะทำการฉีดยาชาที่สะดือเพื่อทำให้ไม่รู้สึกเจ็บในตอนผ่าตัด ศัลยกรรมสะดือ   พร้อมกับโกนขนที่บริเวณรอบสะดือ เพื่อทำให้สะดือเราสะอาดก่อนทำการผ่าตัด  (การโกนขนอาจจะทำในกรณีที่คนไข้เป็นผู้ชาย) จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์  การผ่าตัด จะเป็นวิธีทางการแพทย์ขึ้นอยู่กับรูปลักษณะ ของสะดือแต่ละท่าน  
          หลังจากนั้นประมาณ1-2 อาทิตย์ แพทย์ ก็จะนัดมาตัดไหม และดูแผลอีกครั้งว่า แผลแห้งและดีหรือไม่

 การดูแลหลังการผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรม สะดือ
          -  รับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ
          -  ระวังไม่ให้น้ำเข้าแผลที่เย็บไว้
          -  กรณีมีน้ำซึมเข้าแผลให้แกะปลาสเตอร์ที่ปิดแผลออกแล้วใช้น้ำเกลือหรือแผลแอลกอฮอล์ หรือเบตาดีนเช็ดแผล ทำแผลเช้า – เย็น ทุกวันจนกระทั่งถึงวันนัดตัดไหม
          -  แผลที่เย็บไว้จะใช้เวลาประมาณ 5 – 7 วัน จึงสามารถมาให้แพทย์ตัดไหม ตามที่แพทย์นัดไว้
          -  หลังตัดไหมเสร็จแล้วแผลสามารถถูกน้ำได้ แต่ระวังอย่าถูแผลแรงเกินไปในช่วงอาทิตย์แรกหลังตัดไหมเสร็จใหม่ๆ
          -  งดอาหารจำพวกของหมัก ดอง ของแสลง อาหารที่มีความเค็ม งดแอลกอฮอล์ และบุหรี่


ราคาศัลยกรรมตกแต่งสะดือ แก้ไขสะดือจุ่น โรงพยาบาลยันฮี

       -  ราคา  12,000 - 15,000  บาท



วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แนะนำข้อมูลการตัดกราม เหลากราม โรงพยาบาลยันฮี



update ล่าสุด 17 กันยายน 2557 ติดต่อ จิ(ยันฮี)0841463327 รับส่วนลด ตัดกราม เหลากราม ยันฮี

ตัดกรามเพื่อรูปหน้าเรียวสวย
          ความนิยมเกี่ยวกับรูปหน้าเรียวเล็กนั้นไม่เคยตกสมัย แต่สาว ๆ ที่มีใบหน้าส่วนล่างบานกว้างเป็นเหลี่ยมก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจไป เพราะปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขด้วยการผ่าตัดตกแต่งมุมกรามทำให้เหลี่ยมที่กว้างใหญ่เล็กลง ใบหน้าจึงดูแคบเรียวและอ่อนโยนขึ้นครับ
          ปัจจุบัน การผ่าตัดกรามให้เล็กลงนิยมทำกันมากขึ้น วิธีการนั้นค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนักและได้ผลดี แต่ก่อนจะพูดถึงขั้นตอนการทำ มาทำความเข้าใจโครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้หน้าดูกว้างกันก่อน
          โครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้หน้าดูกว้างประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนมุมของกระดูกขากรรไกรล่างยื่นออก และ กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารที่เกาะบนส่วนมุมนั้นหนาตัวกว่าปกติ แต่ใช่ว่าในการผ่าตัดแพทย์จะตัดแต่งทั้งสองส่วนดังกล่าวไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะตัดแต่งเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกยื่นเท่านั้น เพราะกล้ามเนื้อที่เกาะอยู่จะหดตัวเล็กลงได้เองในภายหลัง จึงไม่จำเป็นต้องตัดแต่งอีก
          สำหรับการผ่าตัดกรามให้เล็กลงโดยทั่วไปมีด้วยกัน 2 วิธี แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีใด เริ่มแรกผู้มารับการรักษาจะต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูโครงสร้างของกระดูกขากรรไกรเสียก่อน เช่น ความหนา ความสูง รวมถึงความสมดุลของกระดูก เพื่อประเมินว่าควรตัดแต่งลดเหลี่ยมมุมของกระดูกมากน้อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม
          สำหรับการผ่าตัดกราม วิธีแรกเป็นการผ่าตัดภายนอกช่องปากโดยผ่านผิวหนังบริเวณมุมกรามโดยตรง ส่วนอีกวิธีจะผ่าตัดในช่องปากโดยซ่อนแผลไว้บริเวณซอกเหงือกด้านหลังฟันซี่สุดท้าย
          มาดูการผ่าตัดภายนอกช่องปากกันก่อน วิธีนี้จะเปิดแผลโดยตรงบริเวณมุมกรามเข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นเลื่อยเล็ก ๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ แม้วิธีนี้จะฟังดูง่าย หลังผ่าตัดอาการบวมก็มีน้อยและแทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก แต่ปัจจุบันความนิยมกลับลดน้อยลงเนื่องจากมีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้ชั่วคราว และที่สำคัญคือจะมีรอยแผลผ่าตัด (ประมาณ 2-3 ซม.) ทั้ง 2 ข้าง
          ส่วนการผ่าตัดภายในช่องปาก แม้จะต้องอาศัยความชำนาญและเครื่องมือพิเศษที่สามารถเลื่อยกระดูกที่ต้องการตัดแต่งได้ในซอกแคบ ๆ กว่าวิธีแรก แต่นั่นมิใช่อุปสรรคสำหรับศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ที่สำคัญวิธีนี้จะผ่าโดยผ่านซอกเหงือกด้านหลังฟันกรามไปยังมุมกระดูกขากรรไกร จึงไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก อีกทั้งสามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็นทำให้ได้กระดูกกรามที่โค้งเนียนขึ้นครับ
          การผ่าตัดกรามจากภายในช่องปากจะมีอาการบวมโดยเฉพาะในช่วง 5-10 วันแรก ก็ไม่ต้องตกใจเพราะถือเป็นเรื่องปกติ โดยระยะแรกที่มีอาการบวมมักจะอ้าปากไม่ได้มากเนื่องจากมีความตึงตัวของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ต่อมาอาการบวมจะค่อย ๆ ทุเลาลงก็จะอ้าปากได้มากขึนเรื่อยๆ และเพื่อป้องกันข้อต่อเกิดอาการฝืด ควรหมั่นอ้าปากเพื่อขยับข้อต่อขากรรไกรบ่อย ๆ
          นอกจากนั้นในช่วง 3-4 วันแรก อาจมีอาการปวดแผลบ้าง บางรายอาจมีอาการหูอื้อเล็กน้อย เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างผ่าตัด ก็ไม่ต้องตกใจเพราะจะเป็นอยู่ชั่วคราว หลังจากนั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ ใบหน้าก็จะเริ่มยุบบวมและเข้าที่ จนกระทั่งได้รูปทรงใบหน้าตามต้องการ ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หลังผ่าตัดครับ
          แม้ว่าการผ่าตัดกรามจะช่วยแก้ไขรูปหน้าได้อย่างที่ต้องการ แต่กระนั้นก็ต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญจริง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนานะครับ



บริการให้คำแนะนำการรักษา นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี

ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รีแพร์ กระชับช่องคลอด ตกแต่งแคม ตกแต่งเลเบีย แก้ไขแคมใหญ่ ตกแต่งเยื่อพรหมจารีย์ แก้ไขปัสสาวะเล็ด โรงพยาบาลยันฮี

update 10กันยายน2557 ส่วนลดรีแพร์กระชับช่องคลอดยันฮี ติดต่อจิ(ยันฮี) 0841463327


 เว็บไซด์เพื่อศัลยกรรมความงาม


ล้วงลึก...เทคนิคการรักษาบริเวณจุดซ่อนเร้นที่คุณอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม
                ผ่าตัดกระชับช่องคลอด  (Vaginoplasty/Posterior Vaginal Repair) หรือ รีแพร์
                การผ่าตัดกระชับช่องคลอด หรือการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยานในช่องคลอด พร้อมทั้งตัดผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดออกเพื่อให้ขนาดหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของช่องคลอดเล็กลง ส่งผลให้ช่องคลอดเล็กลงและกระชับมากขึ้น
                การผ่าตัดกระชับช่องคลอด เป็นการผ่าตัดในรายที่มีการหย่อนของผนังช่องคลอดส่วนหลัง หรือการหย่อนของผนังช่องคลอดส่วนหน้า ซึ่งมีสาเหตุการเกิดเช่นเดียวกัน ได้แก่ การคลอดบุตร ไอเรื้อรัง ท้องผูกเป็นเวลานาน และโรคอ้วน อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ อาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน ท้องผูก มีลมในช่องคลอด หรือมีอาการไม่กระชับขณะมีเพศสัมพันธ์
                รอยนูนภายในช่องคลอดอาจเกิดจากการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้าหรือส่วนหลัง หรือทั้งสองส่วนพร้อมกัน การผ่าตัดต้องอาศัยการเย็บติดเพื่อรวบเนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน โดยมีการใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษร่วมด้วย ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จในการแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนสูงถึง 95%
                กระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้า เกิดขึ้นเมื่อกระเพาะปัสสาวะเคลื่อนลง ซึ่งส่วนมากสามารถมองเห็นได้ อาการปัสสาวะเล็ดอาจเกิดขึ้นได้พร้อมกับการหย่อนคล้อยของกระเพาะปัสสาวะ
                กระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้าอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด การแก้ไขกระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการผ่าตัดผนังช่องคลอดด้านหน้าเป็นการผ่าตัดเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะเคลื่อนกลับเข้าที่ตามปกติ ทั้งนี้การผ่าตัดแก้ไขของเนื้อเยื่อแบบดั้งเดิมโดยการเย็บ เป็นวิธีการที่ไม่นิยมในปัจจุบันเนื่องจากมีอัตราความล้มเหลวถึง 25-60%
                ปัจจุบัน การผ่าตัดประเภทนี้เป็นการผ่าตัดชนิดหนึ่งที่ให้ความท้าทายมากที่สุด นรีแพทย์และศัลยแพทย์ด้านทางเดินปัสสาวะได้พัฒนาการผ่าตัดรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะหย่อน เช่นเดียวกับการเป็นไส้เลื่อน โดยการใช้ตาข่ายพยุง (mesh) เพื่อแปะหรือฝังในผนังช่องคลอดทำให้การผ่าตัดประเภทนี้ประสบความสำเร็จมากขึ้น
                ท่อปัสสาวะเป็นท่อที่ระบายปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะ หรือเป็นส่วนที่คุณสามารถเห็นน้ำปัสสาวะออกมานั่นเอง ตัวท่อปัสสาวะอาจจะหย่อนลงได้เช่นเดียวกับกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดเมื่อไอ หัวเราะ กระโดด หรือก้มโค้ง
                การแก้ไขข้อบกพร่องนี้ คือการใส่แผ่นตาข่ายพิเศษพยุงท่อปัสสาวะเพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำปัสสาวะ ผู้หญิงหลายคนเป็นโรคปัสสาวะเล็ด แต่ไม่อาการของโรคปรากฎแต่อย่างใด การผ่าตัดจึงไม่มีความจำเป็นในผู้ป่วยกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่ออาการของโรคปรากฎขึ้น ก็ได้มีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อคนไข้ด้วย
                วิธีที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุดในการแก้ไขอาการปัสสาวะเล็ด คือการใช้เส้นใยพอลิโพรไพลีน ซึ่งเป็นวัสดุไนลอนเคลือบ วัสดุดังกล่าวจะถูกนำไปวางไว้ตรงกลางใต้ท่อปัสสาวะ ให้ทำหน้าที่เสมือนกระดานรองเมื่อจามหรือไอ เพื่อปิดหรืออุดท่อปัสสาวะ และเพื่อลดหรือหยุดการรั่วไหลของน้ำปัสสาวะ กระบวนการเหล่านี้ถูกเรียกว่า “Tension-Free” เพราะตัวสายคล้องท่อปัสสาวะ (sling) จะไม่ถูกเย็บติดกับกล้ามเนื้อ พังผืด หรือกระดูก แต่จะถูกฝังเส้นใยไว้ภายในใต้ท่อปัสสาวะ คุณอาจจะได้ยินคำว่า TVT-O หรือ TOT ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งเส้นทางที่สายคล้องถูกวาง  หลังผ่าตัดจะไม่มีร่องรอยแผลผ่าตัดให้เห็นเลย
                กรณีสายคล้องแบบ MiniARC เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของการผ่าตัด โดยจะดำเนินการผ่านช่องคลอดโดยการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “short tape” เทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ 80-95 เปอร์เซ็นต์
                การผ่าตัดแคมเล็กเป็นการผ่าตัดส่วนที่ขยายขึ้นของผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเกิน การขยายตัวดังกล่าวทำให้เกิดติ่งเนื้อ รอยย่นและรอยนูนที่น่าอับอาย เพราะสามารถเห็นได้เมื่อใส่ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้ารัดรูป
ภาวะดังกล่าวยังเพิ่มการอุดตันของเหงื่อไคลและกลิ่นอับในช่องคลอด ทั้งนี้แคมเล็กอาจขยายใหญ่ได้ตั้งแต่กำเนิด พันธุกรรมหรือเกิดจากการให้กำเนิดบุตร รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้หญิงหลายคนยังพบว่าการขยายและหย่อนคล้อยของแคมเล็กเกิดขึ้นได้หลังจากการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน เช่น หลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก
                คือกลีบด้านนอกของปากช่องคลอดสามารถขยายใหญ่ได้ ส่วนที่ขยายเป็นผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเกิน การขยายใหญ่นี้ทำให้เกิดรอยนูนที่น่าอับอาย เพราะสามารถเห็นได้เมื่อใส่ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้ารัดรูป ทั้งยังเป็นการเพิ่มการอุดตันของเหงื่อไคลและกลิ่นอับในปากช่องคลอด
                แคมใหญ่อาจขยายใหญ่ได้ตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากการให้กำเนิดบุตร รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้หญิงหลายคนยังพบว่าการขยายและหย่อนคล้อยของแคมใหญ่เกิดขึ้นได้หลังจากการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน หรือหลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก
                การผ่าตัดจะเป็นการตัดแคมใหญ่ด้านในบางส่วนออกเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว แผลผ่าตัดจะถูกซ่อนบริเวณรอยพับระหว่างแคมใหญ่ด้านในและแคมเล็กด้านนอก
                การผ่าตัดประเภทนี้เป็นการสร้างเยื่อพรหมจารีขึ้นมาใหม่ ปัจจัยทางวัฒนธรรม ศาสนา และสังคม มีผลต่อการพิจารณาทำการผ่าตัดประเภทนี้              
                การผ่าตัดตกแต่งเยื่อพรหมจารีเป็นการผ่าตัดเพื่อตกแต่งบริเวณปากช่องคลอด เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ยังไม่เคยคลอดบุตรแบบธรรมชาติ (ผ่านช่องคลอด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ยังไม่เคยตั้งครรภ์ การผ่าตัดต้องทำอย่างพิถีพิถันในบริเวณปากช่องคลอดและขอบของเยื่อพรหมจารี หลังจากแผลผ่าตัดสมานแล้ว การมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้มีเลือดออกมาได้ เนื่องจากเยื่อพรหมจารีฉีกขาดหรือขยายตัว
              ก้อนเนื้อหรือปุ่มนูนแข็งๆ ในช่องคลอดที่สามารถรู้สึกหรือเห็นได้ มักเป็นก้อนเนื้อหรือปุ่มนูนที่เกิดจากการหย่อนคล้อยของปากมดลูกหรือตัวมดลูกยื่นผ่านทางปากช่องคลอด โดยทั่วไปปัญหาดังกล่าวแก้ไขโดยการผ่าตัดมดลูก หรือการผ่าตัดยกมดลูกหรือปากมดลูกผ่านทางช่องท้องเพื่อลดขนาดของเอ็นที่พยุงปีกมดลูกให้สั้นลง

                พอจะได้ไอเดียกันไปไม่มากก็น้อยนะคะ ใครกำลังประสบปัญหาที่ไม่กล้าบอกใคร อย่าแอบทุกข์ใจอยู่คนเดียวค่ะ ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนรีเวชดู อาจพบคำตอบในการแก้ปัญหาที่ช่วยเปลี่ยนคุณให้สวยจากภายในได้ค่ะ



บริการให้คำแนะนำการรักษา นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา รีแพร์ รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนระหว่างการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  
หรือ 
 www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แนะนำข้อมูลศัลยกรรมเสริมจมูก เสริมดั้ง เติมปลายหยดน้ำ ติดต่อ จิ(ยันฮี) 0841463327




เสริมจมูก เสริมดั้ง เติมปลายหยดน้ำ โรงพยาบาลยันฮี

           การศัลยกรรมเสริมจมูก หรือ เสริมดั้ง ในปัจจุบัน กำลังเป็นที่นิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูกสำหรับผู้หญิง หรือแม้กระทั่ง เสริมจมูกสำหรับผู้ชาย  แต่ก็มีบางท่านที่ยังกลัว ๆ กล้า ๆ  อยากสวยก็อยากแต่กลัวเจ็บ กลัวทำออกมาแล้วไม่ดี มีปัญหา สารพัดจะกลัว จริง ๆ กลัวไว้บ้างก็ดีจะได้ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าไปทำกับสถานบริการที่ขาดมาตรฐาน
การเตรียมความพร้อม ก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก
         ขั้นที่ 1 เริ่มต้นที่อายุ ผู้ที่จะเสริมจมูกได้ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป ถ้าใครที่อายุไม่ถึงก็อดใจรอศึกษาข้อมูลแพทย์ ศึกษาข้อมูลโรงพยาบาลไปก่อน
          ขั้นที่ 2 ตรวจเช็คสุขภาพตนเองว่าไม่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบการหยุดเลือด ทำให้เลือดออกมากผิดปกติ หรือเลือดหยุดยาก
          ขั้นที่ 3 ในกรณี ที่เป็นไซนัสอักเสบเป็นหนอง หรือเป็นหวัดมีน้ำมูก เกิดสิวอักเสบบริเวณจมูก เป็นต้น ควรรักษาอาการติดเชื้อให้ดีก่อนทำ
          ขั้นที่ 4 งดบุหรี่ 1 เดือน และงดแอลกอฮอล์ 1วัน ก่อนการผ่าตัด เสริมจมูก
          ขั้นที่ 5 งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุง เช่น แอสไพริน และวิตามินอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามินอี  น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด
          ขั้นที่ 6 ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก
          ขั้นที่ 7 เตรียมทรงจมูกในฝัน หรือนำรูปทรงจมูกที่อยากได้มาให้แพทย์ดู บางคนอยากเสริมจมูกแบบนั้น อยากได้ทรงนี้ แต่ไม่บอกให้แพทย์ทราบระวังผลออกมาอาจจะไม่ได้ดั่งใจเรานะ
          ขั้นที่ 8 เตรียมความพร้อมของร่างกายพักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมสภาวะจิตใจให้พร้อม และควรศึกษาข้อมูลผลข้างเคียงหลังผ่าตัด เพราะหลังผ่าตัดจะได้ไม่ต้องกังวลมาก
เสริมจมูก...ด้วยซิลิโคน
          สำหรับวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก ส่วนมากแพทย์จะเลือกใช้ ซิลิโคนแท่ง (Silicone) ข้อดีของซิลิโคนแท่งซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ (Synthetic prothesis) ก็คือ จะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก ทำให้ร่างกายสามารถรับและห่อหุ้มแท่งซิลิโคนให้ยึดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ดี
ขั้นตอนการผ่าตัด เสริมจมูก
          การผ่าตัดเสริมจมูกมีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ก่อนทำแพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้น เพื่อลดความวิตกกังวล และฉีดยาชารอบจมูกจะได้ไม่รู้สึกเจ็บด้วย จากนั้นจะเปิดแผลผ่าตัด และใส่ซิลิโคนที่ตกแต่งเป็นอย่างดีแล้วหลังตรวจสอบความเรียบร้อยแพทย์จะเย็บปิดแผล ตามด้วยพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูกเพื่อป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวมหลังเสริมจมูกแพทย์จะให้นอนพักราว 1 ชม. เพื่อให้ยานอนหลับหมดฤทธิ์ดีเสียก่อน จึงจะกลับบ้านได้
อาการหลังการผ่าตัดเสริมจมูก
          หลังผ่าตัดอาการบวมจะประมาณ 2-3 วันแรก ช่วงนี้อยากเน้นให้ประคบความเย็นบ่อยๆ เพื่อลดอาการบวมและเพื่อให้เลือดหยุดไหล หลังจากอาการบวมเริ่มยุบ หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นแทน, นอนศีรษะสูง, ในช่วง 2 สัปดาห์แรกให้หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และกลับมาพบแพทย์ตามนัด
          โดยทั่วไป การเสริมจมูกจะเข้าที่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ในช่วงนี้ให้ระมัดระวังเรื่องการโดนกระแทก เพราะแท่งซิลิโคนจะถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มจนแน่นและสามารถทนแรงกระทบได้มาก ๆ ต้องใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน



บริการให้คำแนะนำการศัลยกรรมเสริมจมูก นัดแพทย์ จองคิว ทำประวัติ สอบถามราคา รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ  www.jay-beauty.com
E-MAIL : 
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รีวิวเสริมหน้าอกยันฮี เสริมหน้าอก เสริมนม เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ เสริมหน้าอกอเมริกา ติดต่อจิ(ยันฮี)






เสริมหน้าอก เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ โรงพยาบาลยันฮี

เป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ความเป็นสตรีเพศและช่วยเพิ่มความงามของร่างกายได้อีกจุดหนึ่ง การมีหน้าอกที่สวยงามได้ขนาดพอเหมาะยังเป็นส่วนเพิ่มความมั่น ใจในการใช้ชีวิตในสังคม การผ่าตัดเสริมทรวงอกจึงเป็นการผ่าตัดที่นิยมและถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านเทคนิคและวัสดุที่ใช้ในการเสริมหน้าอก ปัจจุบันสามารถทำได้อย่างปลอดภัย  และผลการรักษาก็เป็นที่พึงพอใจสูง

ราคาเสริมหน้าอก เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ รพ.ยันฮี

- เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ               ราคา   80,000  บาท  (พัก รพ. 1 คืน)
เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนชนิดพิเศษ (ไม่ต้องนวด)  ราคา   95,000 บาท  (พัก รพ. 1 คืน)
กรณีเสริมหน้าอกซิลิโคน ทรงหยดน้ำ                       ราคา 125,000 บาท   (พัก รพ.1-2คืน)

       *** สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาเสริมหน้าอกที่รพ. นั้น  ถ้าอยู่ในช่วงที่ให้นมบุตรหรือมีน้ำนมอยู่  ยังไม่สามารถที่จะทำการผ่าตัดได้  เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ  ซึ่งถ้าลูกค้าต้องการมาทำก็สามารถเข้ามารับยาหยุดน้ำนมได้

การดูแลหลังการผ่าตัด
                - จะมีการนัดตรวจซ้ำหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก 7 วัน  ซึ่งแพทย์จะนัดมาตรวจหน้าอก เพื่อดูผลแผลที่ทำการผ่าตัด  และตัดไหม 
                - แต่การดูแลที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่คนไข้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ การนวดหน้าอก ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายจะสร้างพังผืดมาล้อมตัวถุงนมเทียมไว้เสมอ หาก ถูกล้อมไว้จนแคบเกินไปหน้าอกอาจจะเกิดอาการตึงแข็งได้หรือบางครั้งมีการบิดเบี้ยวของเต้านม
                - ดังนั้นแพทย์จึงมักจะกำชับให้คนไข้หมั่นนวดคลึงหน้าอก เพื่อให้ถุงนมนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลาเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวและทำให้เต้านมสวยงามเป็นธรรมชาติ โดยการนวดนั้นควรต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี


แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน
·       หย่อนมาก ค่ารักษา 58,000 บาท (นอน รพ. 2 คืน)
·       ลดขนาดหน้าอก ค่ารักษา 65,000 บาท (นอน รพ. 3 คืน)




วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

แนะนำ การกำจัดขนถาวร กำจัดขนรักแร้ กำจัดขนหน้าแข้ง มอบส่วนลดสูงสุด รพ.ยันฮี





กำจัดขนถาวร กำจัดขนรักแร้ กำจัดขนหน้าแข้ง กำจัดหนวด เครา จอน บิกินี่ เลเซอขน
แม้ว่าขน’  จะเป็นสิ่งที่มีมาตามธรรมชาติจนหลายท่านเห็นเป็นเรื่องธรรมดา  แต่สำหรับผู้ที่รักสวยรักงามแล้วคงจะไม่เห็นด้วยเป็นแน่ เนื่องจากขนทำให้ผิวพรรณขาดความเนียนเรียบ  ดูไม่เกลี้ยงเกลาสะอาดตา  ยิ่งในรายที่มีขนดกรุงรังยิ่งแลดูไม่สวยงาม จนบั่นทอนความมั่นใจในตนเองได้
การเตรียมตัวก่อนทำจะต้องหยุดกำจัดขนด้วยตนเองไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็ตามแล้วปล่อยให้ขนขึ้นตามธรรมชาติอย่างเต็มที่ระยะหนึ่งหรือนานที่สุดเท่าที่จะทนไหว เพราะโดยหลักการของการกำจัดขนถาวร แพทย์ควรจะเห็นขนอยู่ในรากก่อนจึงจะทำให้การกำจัดขนเกิดผลสูงสุด
                การกำจัดขนแบบถาวร นิยมทำมีกัน 2 วิธี ดังนี้
                วิธีแรก แพทย์จะใช้เข็มเล็ก ๆ สอดเข้าไปที่รูขุมขน บางคนเรียกว่า จี้ไฟฟ้า หรือจี้ด้วยคลื่นวิทยุ แต่มีหลักการอย่างเดียวกันคือ การใช้ปฏิกิริยาทางเคมีหรือความร้อน หรือผสมผสานทั้ง 2 วิธีเข้าด้วยกันเพื่อทำลายรากขน โดยทั่วไปใช้การประคบเย็นเพื่อทำให้ชา ยกเว้นบางบริเวณอาจให้ยาชาทาหรือฉีดเสริม วิธีนี้สามารถใช้กำจัดขนถาวรได้ 100% แต่ต้องทำจำนวนครั้งมากพอ (ครั้งเดียวไม่หมดแน่นอน) ขนที่มีมาใหม่นั้นเป็นขนที่ซ่อนอยู่ไม่ได้โผล่ขึ้นมาทำให้กำจัดได้ไม่หมดในครั้งก่อน ส่วนขนเดิมที่ได้กำจัดออกไปแล้ว จะไม่ขึ้นมาใหม่อีก
                วิธีที่สอง การใช้เลเซอร์กำจัดขน ซึ่งแพทย์จะใช้ครีมทาให้ชาก่อนทำ สามารถกำจัดขนได้บางส่วนแต่ไม่หมดไปถาวร อาจกำจัดได้เพียง 60-80% แม้ว่าจะทำซ้ำหลายครั้ง แต่มีข้อดีคือไม่เจ็บ ขนที่เหลือเส้นจะเล็กลง บางลง สีจางลง การงอกขึ้นมาใหม่จะช้าลง หลังกำจัดไปช่วงแรกๆ จะดูเหมือนไม่มีขนเหลืออยู่ ต่อมาจึงค่อยๆ มีขึ้นมาให้เห็นอีก
                ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ใช้ในการทำมักขึ้นกับตำแหน่งที่ต้องการกำจัดขน เนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีความหนาแน่นของขนไม่เท่ากัน
                ในคนปรกติทั่วไป ภายหลังการกำจัดขนอาจมีตุ่มแดงๆ เล็กน้อยขึ้นมาประมาณ 1-2 วันแล้วจางหายไป ในบางรายอาจเกิดรอยช้ำจากการสอดเข็มหรือมีสะเก็ดแผลเล็กๆ ซึ่งจะหายไปในเวลา 1-2 วันเช่นเดียวกัน ผู้รับการรักษาสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปรกติ แต่ไม่ควรว่ายน้ำหรือเล่นน้ำทะเลหลังทำประมาณ 2-3 วัน หรือใช้แปรง ฟองน้ำไปขัดถูบริเวณที่เพิ่งกำจัดขนไป
                ผลดีของการ กำจัดขนถาวร ภายหลังการกำจัดขนถาวร นอกจากจะได้ผิวที่สะอาดเกลี้ยงเกลาอย่างที่ต้องการแล้ว ในบางบริเวณ เช่น รักแร้ จะมีผลพลอยได้ตามมาด้วย กล่าวคือ ตุ่มนูนที่เคยเกิดขึ้นจากการกำจัดขนด้วยการถอนจะค่อยๆ ลดขนาดลงหรือยุบหายไป เนื่องจากการที่ขนน้อยลงหรือไม่มีเลยทำให้ไม่มีความจำเป็นในการถอนขนด้วยตนเอง จึงไม่เกิดการกระตุ้นต่อมในบริเวณนั้น นอกจากนั้นกลิ่นและรอยคล้ำใต้วงแขนจะลดและจางลงไป เนื่องจากการที่ขนถูกกำจัดหมดไปทำให้การสะสมของเหงื่อที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นลดลง และการกำจัดรากขนจะทำลายต่อมกลิ่นไปด้วยบางส่วน ดังนั้นความจำเป็นที่ต้องใช้ลูกกลิ้งน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดรอยคล้ำก็จะลดลงตามไปด้วย
                โดยปรกติแล้วการกำจัดขนแบบถาวรในคนปรกติทั่วไปไม่มีข้อห้ามใด ๆ ในการทำ ยกเว้นคนที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เพราะวิธีการกำจัดขนโดยใช้เข็มนั้น อาจจะทำให้เกิดรอยถลอกที่ผิวหนัง แม้ว่าจะเป็นเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถเป็นช่องทางที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ผิวหนังในบริเวณนั้นได้






สอบถามข้อมูล ราคากำจัดขนเพิ่มเติม นัดหมายแพทย์ ทำประวัติ รับสิทธิพิเศษส่วนลด รพ.ยันฮี
ยินดีให้บริการทั้งก่อน  –  หลัง ตลอดจนการมาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี

ติดต่อ คุณจิ(ยันฮี) 084-1463327  หรือ  www.jay-beauty.com
E-MAIL :
jay-beauty@hotmail.com  กรุณาแจ้งชื่อ - นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับค่ะ